
สมาคมจีเอสเอ็ม (GSM Association หรือ GSMA) เผยแพร่รายงานการหลอกลวงผู้บริโภคในอาเซียน ประจำปี 2569 ระบุว่า 45% ของคดีหลอกลวงที่มีการแจ้งเหตุใน 6 ประเทศอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนามนั้น เป็นคดีที่ยังปิดไม่ได้ แม้ผู้บริโภคจะหันมาป้องกันตัวจากการหลอกลวงมากขึ้น
ผู้บริโภคที่ตอบแบบสำรวจประมาณ 8% ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยในกลุ่มผู้เสียหาย 68% สูญเสียเงิน ขณะที่ 82% ไม่สามารถเรียกคืนเงินที่สูญเสียไปได้แม้แต่ส่วนเดียว และมีเพียง 10% ที่สามารถได้เงินคืนทั้งหมด
รายงานซึ่งเปิดตัวในงานประชุม Digital Trust Summit ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันพุธ (9 ก.ย.) ระบุด้วยว่า คดีที่ยังไม่คลี่คลายกำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อช่องทางการสื่อสาร แพลตฟอร์มดิจิทัล และการแบ่งปันข้อมูล ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้บริการดิจิทัล รวมถึงวิธีรับมือกับการติดต่อที่เข้ามา
รายงานยังพบว่า แอปส่งข้อความเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคพบการหลอกลวงมากที่สุด คิดเป็น 41% ของการแจ้งเหตุ ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคในภูมิภาคเชื่อมโยงแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหญ่เข้ากับการหลอกลวงมากขึ้น
โดย 96% ของผู้บริโภคกังวลว่าจะตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงหรือถูกแฮ็ก ขณะที่เกือบ 9 ใน 10 คน รับรู้ได้ว่าเป็นการนำ AI มาใช้ในการหลอกลวงอย่างน้อยหนึ่งรูปแบบ
รูปแบบการหลอกลวงกำลังมุ่งเป้าไปที่การลงทุน คริปโทเคอร์เรนซี การซื้อสินค้าออนไลน์ และการหลอกลวงเกี่ยวกับงานมากขึ้น โดยมิจฉาชีพจะโน้มน้าวให้เหยื่อเป็นผู้โอนเงินเอง
ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่เคยตกเป็นเหยื่อมีแนวโน้มเปลี่ยนบัญชีหรือผู้ให้บริการมากกว่าผู้ที่ไม่เคยถูกหลอกลวงกว่า 2 เท่า
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท





