ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดร่วงต่ำสุดรอบ 2 เดือน หลัง ECB ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนในวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) หลังนักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก หลัง ECB ปรับขึ้นดอกเบี้ยและเตือนว่าเงินเฟ้ออาจสูงขึ้นจากผลกระทบด้านพลังงานที่เกิดจากสงคราม

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 635.97 จุด ลดลง 4.44 จุด หรือ -0.69%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,116.76 จุด ลดลง 39.91 จุด หรือ -0.49%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,361.15 จุด ลดลง 215.30 จุด หรือ -0.84%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,608.92 จุด ลดลง 61.14 จุด หรือ -0.57%

ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. ขณะที่ตลาดหุ้นหลักส่วนใหญ่ในภูมิภาคปรับตัวลง

ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.5% ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 2 ในปีนี้ โดยผู้กำหนดนโยบายต้องการควบคุมไม่ให้ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่านส่งผลกระจายไปทั่วเศรษฐกิจยูโรโซน ซึ่งมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากภาวะดังกล่าวเป็นพิเศษ เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิง

นอกจากนี้ ECB ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2569 เป็น 0.9% จากเดิม 0.8% ที่คาดการณ์ไว้ในเดือนมิ.ย. และคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่เฉลี่ย 3% ในปีนี้

นักเศรษฐศาสตร์รายหนึ่งกล่าวว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้น และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.มีแนวโน้มเกิดขึ้นมากกว่าจะไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ECB ยังจำเป็นต้องดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง

เขากล่าวว่า เศรษฐกิจมีความยืดหยุ่นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แต่ราคาก๊าซที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วหมายความว่าผลกระทบด้านอุปทานกำลังรุนแรงขึ้น และท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

คริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุมว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และแรงกดดันด้านราคาอาจอยู่เหนือระดับเป้าหมายเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม ลาการ์ดย้ำว่า ECB ยังไม่ได้กำหนดแนวทางล่วงหน้าสำหรับการดำเนินนโยบายในอนาคต

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนอ้างอิงของยูโรโซน ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2554 ขณะที่นักลงทุนในตลาดคาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.60% ภายในการประชุมเดือนเม.ย. 2570 เพิ่มขึ้นจากราว 0.51% ก่อนการประกาศผลการประชุม

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 3% ในวันเดียวกัน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์แตะระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการโจมตีเรือขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าอาจเกิดภาวะชะงักงันด้านอุปทาน

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ในยุโรปเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 3.7% ขณะที่หุ้น KGHM, Antofagasta, Aurubis และ Anglo American ร่วงลง 5-8% หลังราคาทองแดงปรับตัวลงจากรายงานข่าวที่ระบุว่า ทำเนียบขาวยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงแปรรูป

รายงานที่เผยแพร่ในวันพฤหัสบดีระบุว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท

นักวิเคราะห์และนักลงทุนคาดว่า รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในวันศุกร์ จะมีบทบาทสำคัญต่อการประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าหรือไม่

หุ้น Associated British Foods ร่วงลง 7.9% ซึ่งเป็นการลดลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. หลังยอดขายของ Primark ธุรกิจแฟชั่นราคาประหยัดของบริษัทออกมาไม่น่าประทับใจ

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช