เนปาลคาดต้องใช้ 4.74 พันล้านดอลลาร์ บูรณะฟื้นฟูหลังน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคลนถล่ม

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเนปาลเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) ว่า เนปาลคาดว่าจะต้องใช้เงิน 4.74 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อบูรณะและฟื้นฟูพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ หลังเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 26 ส.ค.

ตัวเลขดังกล่าวมาจากรายงานการประเมินความเสียหายและความต้องการอย่างรวดเร็ว (Rapid Damage and Needs Assessment หรือ RDNA) ซึ่งจัดทำโดยคณะทำงานด้านเทคนิคร่วมจากคณะกรรมการวางแผนแห่งชาติ และสำนักงานลดและจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติของเนปาล (NDRRMA)

NDRRMA ระบุว่า เหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1,377 ราย และสูญหาย 5,130 ราย ณ เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันพฤหัสบดี

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเนปาลระบุโดยอ้างอิงรายงาน RDNA ว่า โครงสร้างพื้นฐานเป็นภาคส่วนที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด โดยต้องใช้เงิน 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อบูรณะฟื้นฟู หรือคิดเป็นราว 75% ของความต้องการฟื้นฟูทั้งหมด

ส่วนภาคพลังงานได้รับความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน โดยเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มส่งผลกระทบต่อโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ 13 แห่ง มีกำลังการผลิตรวม 759 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 5 แห่ง มีกำลังการผลิตรวม 24 เมกะวัตต์

รายงานประเมินว่า เนปาลจะต้องใช้เงิน 2.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อฟื้นฟูระบบพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้า ขณะที่การบูรณะโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมจะต้องใช้เงิน 481 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ เหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มยังสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมในเขตรสุวา นูวาโกต ธาดิง กอร์ขา และจิตวัน

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต