ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดร่วงกว่า 2% หลังข่าวเจรจาฮอร์มุซ แต่ยังบวกกว่า 8% ในรอบสัปดาห์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันศุกร์ (11 ก.ย.) หลังมีรายงานว่ารัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศในตะวันออกกลางกำลังพยายามบรรลุข้อตกลงชั่วคราวกับอิหร่านเพื่อจัดการเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 8% ในรอบสัปดาห์ เนื่องจากการโจมตีเส้นทางเดินเรือในตะวันออกกลางยังสร้างความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานหยุดชะงักเป็นเวลานาน

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 2.43 ดอลลาร์ หรือ 2.37% ปิดที่ 100.05 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 3.02 ดอลลาร์ หรือ 2.81% ปิดที่ 104.61 ดอลลาร์/บาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบทั้ง 2 ประเภทปรับตัวลงหลังจากปรับขึ้นช่วงแรก โดยรายงานข่าวเกี่ยวกับการเจรจาเพื่อจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซส่งผลต่อตลาดมากที่สุด

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการเจรจาครั้งใหม่ในตะวันออกกลางส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันในระดับหนึ่ง แต่ยังคงมองว่าความเสี่ยงระยะสั้นของราคาน้ำมันมีแนวโน้มไปทางขาขึ้น พร้อมเตือนว่าตลาดยังมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนของราคาสูงอย่างต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวลงหลังมีรายงานว่าสถานีสูบน้ำแห่งหนึ่งของท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบียได้รับความเสียหายจากกลุ่มติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ตลาดน้ำมันยังคงปรับตัวลง แม้มีรายงานว่ากลุ่มกบฏฮูตีโจมตีท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบถึง 7 ล้านบาร์เรล

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า อุปทานน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียลดลง 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวันจากเดือนก่อนหน้า เหลือ 6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ทศวรรษ โดย IEA ระบุว่าการลดลงดังกล่าวเป็นผลจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย

ความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันในภูมิภาคเพิ่มขึ้นอีก หลังแหล่งข่าวรัฐบาลเยเมน 2 รายเปิดเผยว่า กลุ่มฮูตีที่มีอิหร่านเป็นพันธมิตรเดินทางไปถึงเกาะเปริมในช่องแคบบับเอลมันเดบเมื่อวันศุกร์ ซึ่งอาจทำให้กลุ่มดังกล่าวเพิ่มการควบคุมหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลก

อิหร่านระบุว่า ได้โจมตีเรือ 10 ลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพุธ หลังจากสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านระบุว่าจะยกระดับการตอบโต้ หากเกิดการโจมตีเพิ่มเติม

ข้อมูลเบื้องต้นจากการติดตามการเดินเรือแสดงให้เห็นว่า จำนวนเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือ 7 ลำในวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) จาก 11 ลำในวันพุธ โดยก่อนเกิดสงครามอิหร่านในช่วงปลายเดือนก.พ. ช่องแคบฮอร์มุซมีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านประมาณ 125 ลำ และเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณการจัดส่งทั่วโลกในแต่ละวัน

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช