ครม. เบรกคมนาคมสร้างตึกใหม่ 3,500 ล้าน ปรับใช้วิธีเช่า เก็บงบไว้รับมือวิกฤตพลังงาน

รัฐบาล สั่งเบรกโครงการสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ วงเงินรวมกว่า 3.5 พันล้านบาท หันไปใช้ระบบ “เช่า” แทนเพื่อประหยัดงบประมาณ ดึงเงินกลับมารับมือวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบทบทวนมติ ครม. เดิม (เมื่อ 14 ต.ค. 68) โดยอนุมัติให้ยกเลิกรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2571 ของกระทรวงคมนาคม ใน 2 รายการหลัก ดังนี้

– ค่าก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ : วงเงิน 3,448.80 ล้านบาท

– ค่าควบคุมงานก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ : วงเงิน 103.46 ล้านบาท

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคง และเสถียรภาพด้านพลังงานของโลก โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง ทำให้ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน และต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าและบริการทำให้มีผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในภาคครัวเรือน รวมทั้งการจัดหาปัจจัยการผลิตในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม และนำไปสู่ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ดังนั้น จึงเป็นวิกฤติการณ์สำคัญ ที่รัฐบาลมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการแก้ไขโดยเร่งด่วน และต่อเนื่อง รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ด้านพลังงานดังกล่าว ประกอบกับแนวทางในการจัดทำงบประมาณปี 2570 นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ส่วนราชการชะลอการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ โดยขอให้เน้นการเช่าแทน

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า เพื่อให้ภารกิจของกระทรวงคมนาคม คงดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงคมนาคม จำเป็นต้องใช้บุคลากรตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในปัจจุบันในการรองรับการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม และสำนักงานรัฐมนตรีได้อย่างครบถ้วน

โดยภายหลัง ครม. มีมติยกเลิกรายการค่าก่อสร้าง และค่าควบคุมงานก่อสร้างโครงการฯ ดังกล่าว กระทรวงคมนาคม จึงมีแนวทางรองรับดังนี้

– ระยะสั้น: เร่งดำเนินการเช่าอาคารสำนักงานชั่วคราว เพื่อรองรับบุคลากรและภารกิจด้านระบบโลจิสติกส์ได้อย่างต่อเนื่อง

– ระยะยาว: ปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงการที่เคยออกแบบไว้แล้ว ให้เป็นการ “เช่า” ผ่านหน่วยงานที่มีภารกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แทนการลงทุนสร้างเอง

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์