RBF ส่งซิก H2/69 โตต่อ รับแรงหนุนตลาดตปท. รุกขยายฐานผลิตจีน คาด COD ปี 70 ตามแผน

บมจ.อาร์บีเอฟ [RBF] คาดแนวโน้มผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับอานิสงส์ตลาดต่างประเทศโตโดดเด่น โดยเฉพาะเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย พร้อมทุ่มงบลงทุน 150 ล้านบาท ขยายการผลิตในจีน คาดก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2569 และเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 มั่นใจภาพรวมปี 2569 เติบโตดีกว่าปี 2568

นายสมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร RBF เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากตลาดต่างประเทศ ที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น ทั้งใน เวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย ซึ่งส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจในต่างประเทศ บริษัทมุ่งเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักที่มีศักยภาพสูงและทำกำไรได้ดี โดยเฉพาะกลุ่ม Flavour และ Food Coating ควบคู่ไปกับการเสริมความแข็งแกร่งในอินโดนีเซียและอินเดีย เพื่อเพิ่มความสามารถในเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การขยายฐานธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศถือเป็นหัวใจสำคัญในการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่มีการเติบโตจำกัดและการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น โดยกลยุทธ์ดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาตลาดในประเทศ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาวส่งผลให้บริษัทมีความมั่นใจว่า ภาพรวมผลการดำเนินธุรกิจในปี 2569 จะสามารถเติบโตได้ดีกว่าปี 2568 จากแรงหนุนของคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ

ด้าน พ.ท.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท กล่าวถึงแผนขยายการผลิตในจีนว่า บริษัทใช้งบลงทุน 150 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานและติดตั้งเครื่องจักร ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมพื้นที่สำหรับผลิตเกล็ดขนมปังและพรีมิกซ์ในกลุ่ม Food Coating โดยคาดว่าก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ประมาณปลายปี 2569 ก่อนจะทดลองเดินเครื่องและขอใบอนุญาตจากรัฐบาลจีน เพื่อให้สามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ได้ในปี 2570

ส่วนโรงงานที่อินโดนีเซีย อยู่ระหว่างการเตรียมพื้นที่ เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตขึ้นในตลาดอินโดนีเซีย ขณะที่โรงงานเวียดนาม ได้ปรับแผนการผลิต เพื่อรองรับการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายยังตลาดกัมพูชา ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานเวียดนามให้มีประสิทธิภาพสูง