
สหภาพยุโรป (EU) เรียกร้องให้จีนจำกัดการส่งออกรถยนต์ไฮบริดมายังตลาดยุโรปโดยสมัครใจ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อพิพาทระหว่างสองฝ่ายบานปลายเป็นสงครามการค้า
หนังสือไฟแนนเชียลไทมส์ (FT) รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในวันนี้ (17 พ.ย.) ว่า EU ต้องการให้จีนจำกัดสัดส่วนการส่งออกรถยนต์ไฮบริดจากจีนมายังตลาดยุโรปไว้ที่ราว 15%
เจ้าหน้าที่ EU รายหนึ่งกล่าวว่า หากจีนไม่จำกัดการส่งออกรถยนต์มายังตลาดยุโรป EU ก็จะเป็นฝ่ายดำเนินมาตรการเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรมของยุโรปหดตัว และจำเป็นต้องมีการดำเนินการเพื่อบริหารจัดการการค้า
นอกจากนี้ EU ยังขอให้จีนจำกัดการส่งออกสินค้าอื่น ๆ เช่น เคมีภัณฑ์ พร้อมทั้งเรียกร้องให้จีนเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากยุโรป
เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) กล่าวต่อรัฐสภายุโรปเมื่อวันพุธ (16 ก.ย.) ว่า EU จะดำเนินทุกมาตรการที่มีเพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้ากับจีน ซึ่งเธอมองว่าอยู่ในระดับที่ “ไม่ยั่งยืน”
ฟอน แดร์ ไลเอินระบุว่า ยอดขาดดุลการค้าสินค้าระหว่าง EU กับจีนอยู่ที่ 3.606 แสนล้านยูโร (4.134 แสนล้านดอลลาร์) ในปี 2568 และเพิ่มขึ้นอีก 9% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ โดยตัวเลขดังกล่าวมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ขณะที่ยุโรปกำลังเผชิญ “China shock” ระลอกที่สองจากการลดลงของภาคการผลิต
ด้านมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการการค้า EU ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการเจรจากับจีนเพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้า กล่าวว่า ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายในเดือนต.ค. และคาดว่าจะเดินทางเยือนจีนภายในต้นเดือนหน้า
ทั้งนี้ EU ระบุว่า การส่งออกสินค้าจากจีนที่เพิ่มขึ้น ทั้งเคมีภัณฑ์ แบตเตอรี่ และรถยนต์ มีสาเหตุจากกำลังการผลิตส่วนเกิน ขณะที่รัฐบาลจีนปฏิเสธข้อวิจารณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าความกังวลของยุโรปเกี่ยวกับความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจและกำลังการผลิตส่วนเกินเป็นมาตรการกีดกันทางการค้า และมีเป้าหมายจำกัดจีน
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช





