ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ กลุ่มรถยนต์-โทรคมนาคมฉุดตลาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงในวันศุกร์ (18 ก.ย.) โดยหุ้นกลุ่มรถยนต์และกลุ่มโทรคมนาคมถูกเทขายอย่างหนัก ส่งผลให้ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดสัปดาห์นี้ลดลง หลังนักลงทุนจับตาทิศทางราคาน้ำมันและการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางรายใหญ่

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 635.45 จุด ลดลง 7.15 จุด หรือ -1.11%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,065.02 จุด ลดลง 121.91 จุด หรือ -1.49%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,304.06 จุด ลดลง 412.65 จุด หรือ -1.60%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,659.13 จุด ลดลง 157.01 จุด หรือ -1.45%

ดัชนี STOXX 600 ลดช่วงบวกที่ทำไว้เกือบทั้งหมดในช่วง 2 วันทำการก่อนหน้า และลดลง 0.6% ในรอบสัปดาห์นี้ ขณะที่ตลาดหุ้นสำคัญในภูมิภาคต่างปิดตลาดในแดนลบ

หุ้นกลุ่มรถยนต์และชิ้นส่วน ร่วงลง 3.4% โดยหุ้น Volkswagen นำตลาดดิ่งลง 5.6% ซึ่งเป็นการร่วงลงในวันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2568

Volkswagen ปรับลดแนวโน้มผลประกอบการ โดยระบุว่าบริษัทมีรายการค่าใช้จ่ายครั้งเดียวมูลค่า 1 หมื่นล้านยูโร (1.15 หมื่นล้านดอลลาร์) ที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นใน Porsche ผู้ผลิตรถสปอร์ตหรู รวมถึงค่าใช้จ่ายสำรองสำหรับการลดพนักงานและผลกระทบจากตลาดจีนที่อ่อนแอ โดยหุ้น Porsche ร่วงลง 4.9%

หุ้นกลุ่มโทรคมนาคม ร่วง 3.3% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568 โดยหุ้น Airtel Africa ดิ่ง 11.3% กลายเป็นหุ้นที่ร่วงลงมากที่สุดในดัชนี STOXX หลัง Bloomberg News รายงานว่า Airtel Money ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจของบริษัท กำลังพิจารณาปรับลดขนาดการเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดลอนดอน

หุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 1.9% โดยหุ้น Nestle ร่วง 2.6% หลังรัสเซียเข้าควบคุมสินทรัพย์ในประเทศของบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่จากสวิตเซอร์แลนด์

ราคาน้ำมันลดช่วงติดลบลงในวันศุกร์ หลังตลาดประเมินสถานการณ์ด้านอุปทานน้ำมันจากซาอุดีอาระเบีย ควบคู่กับความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงาน ลดลง 0.7% และลดลง 0.5% ในรอบสัปดาห์นี้

บรรยากาศการขายพันธบัตรที่ชะลอตัวลง รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในสัปดาห์นี้ แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คงอัตราดอกเบี้ย แต่เตือนว่าอาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น หากสงครามในอิหร่านยืดเยื้อ

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดจะจับตาในสัปดาห์หน้าว่า การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้เป็นเพียงมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาพลังงาน หรือเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรการคุมเข้มนโยบายการเงินทั่วโลกที่ยืดเยื้อ

หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทรงตัว และราคาน้ำมันยังคงลดลง ตลาดหุ้นก็อาจฟื้นตัวได้บ้าง

ในบรรดาหุ้นกลุ่มต่าง ๆ หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ เป็นกลุ่มที่ปรับตัวดีที่สุดในสัปดาห์นี้ ตามด้วยกลุ่มประกันภัย ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคาร และกลุ่มรถยนต์ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

นักลงทุนยังจับตาความเคลื่อนไหวก่อนการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนในสัปดาห์หน้าด้วย

สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Orange ร่วงลง 5.8% หลัง Morgan Stanley ปรับลดคำแนะนำลงทุนหุ้นบริษัทโทรคมนาคมฝรั่งเศสแห่งนี้เป็น underweight

หุ้น LPP พุ่งขึ้น 8% หลังผู้ค้าปลีกแฟชั่นรายใหญ่ที่สุดของโปแลนด์รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 64%

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช