
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวของ “ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย” (JICC) ครั้งแรกในวันนี้ โดยระบุว่า สถานการณ์ฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ วันนี้เริ่มลดน้อยลงแล้ว ไม่ตกหนักเหมือนในช่วง 2-3 วันก่อนหน้า โดยกลุ่มฝนจะขยับจากกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกไปสู่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก และจะเคลื่อนเข้าสู่จังหวัดทางภาคตะวันตกของไทย
“วันพรุ่งนี้ กรุงเทพฯ จะเหลือพื้นที่ที่มีฝนตกอยู่น้อยมาก ปัจจุบัน การระบายน้ำของกรุงเทพฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง หลายพื้นที่ระบายน้ำออกจนสามารถสัญจรได้ปกติ แต่ยังมีบางชุมชนที่น้ำยังคงท่วมสูง เช่น เคหะฯ คลองจั่น, เคหะฯ ร่มเกล้า, เคหะฯ รามอินทรา, ซอยประเสริฐมนูญกิจ 27 ซอยลาดพร้าว 101/1 ซอยรามคำแหง 24 เนื่องจากการระบายน้ำไปสู่แม่น้ำบางปะกงทำได้ยาก เพราะยังมีน้ำในแม่น้ำบางปะกงมากพอสมควร…ดังนั้น ความช่วยเหลือที่จะเข้าไปถึงประชาชน ขอให้เข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ดังกล่าวเป็นหลัก” โฆษกรัฐบาล ระบุ
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังต้องเฝ้าระวังฝนอยู่ ได้แก่ ยานนาวา, บางคอแหลม, คลองเตย, วัฒนา, สวนหลวง, พระโขนง, บางนา, บางกะปิ และสะพานสูง
ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ต้องใช้เวลาอีกกี่วันที่ประชาชนจะเข้าพื้นที่ได้นั้น นายเอกภพ กล่าวว่า ฝั่งพื้นที่ลาดกระบัง ได้มีการสูบน้ำออก ถ้าไม่มีฝนตกเพิ่ม 2-3 วัน น้ำน่าจะลด โดย กทม. ยืนยันจะเร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ส่วนฝั่งธนบุรี แม้จะมีกลุ่มเมฆฝนเข้าพื้นที่ตามปริมาณฝน จะไม่เท่ากับ 2 วันที่ผ่านมา และการระบายน้ำ ระดับน้ำในเจ้าพระยาสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 1.8 เมตรที่ต่ำกว่าระดับตลิ่ง ทำให้ฝั่งธนบุรีมีความเสี่ยงน้อย
- เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงกาญจนบุรี-เพชรบุรี
โฆษกรัฐบาล กล่าวต่อว่า กลุ่มฝนที่จะออกจากกรุงเทพฯ จะเคลื่อนเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นจุดที่มีปริมาณฝนตกมากอยู่แล้ว ราว 200 มิลลิเมตร/วัน ปัจจุบันยังต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำใน 2 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ แต่ทั้ง 2 เขื่อนยังมีศักยภาพในการรองรับน้ำได้อีกมากพอสมควร และล่าสุดทั้ง 2 เขื่อนได้ลดระดับการระบายน้ำลงแล้ว อย่างไรก็ดี ยังมีพื้นที่ที่ต้องแจ้งเตือนประชาชน และอาจจะต้องอพยพเคลื่อนย้าย ได้แก่ อ.หนองปรือ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ที่ต้องเพิ่มการเฝ้าระวังใหม่ ใน จ.เพชรบุรี ได้แก่ อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด และ อ.เมืองเพชรบุรี เนื่องจากมีฝนตกเหนือเขื่อนแก่งกระจาน ทำให้จำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำในเขื่อน โดยประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือริมน้ำ ควรเฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออก ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง มีปัญหาผู้อพยพกลับเข้าบ้าน แล้วออกมาไม่ได้ เป็นผู้ประสบภัยซ้ำ ขอให้ประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบข้อมูลว่าจะกลับเข้าบ้านได้หรือไม่ โดยเฉพาะตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง และตำบลน้ำเป็น อำเภอเขาชะเมา ต้องพิจารณาให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน
- รัฐบาลเร่งแผนฟื้นฟู-เยียวยา เตรียมชงของบ ครม.พรุ่งนี้
โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า เช้าวันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เรียกประชุมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อเริ่มกระบวนการเยียวยาฟื้นฟูประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในทันที ขณะนี้ข้อมูลการฟื้นฟูได้นำเข้าสู่การพิจารณาของแต่ละพื้นที่แล้ว โดยกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมเพื่อดำเนินการของบประมาณเยียวยาต่อไป
ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ กทม. จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว พร้อมขอส่งกำลังใจให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและส่งกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนในการช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยที่สุด
ส่วนเงินเยียวยาของ กทม. จะได้รับ 9,000 บาทต่อครัวเรือน เท่ากับน้ำท่วมหาดใหญ่หรือไม่นั้น นายเอกภพ กล่าวว่า เงินเยียวยาแยกเป็น 2 ส่วน ในส่วนของ กทม. อยู่ในหลักเกณฑ์ของผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งดำเนินการอยู่ อีกส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่รัฐบาลจะสนับสนุนเพิ่มเติมในส่วนที่ขาด โดยวันพรุ่งนี้ (29 ก.ย.) จะนำกรอบวงเงินเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และต้องรอความชัดเจนจาก กทม. อีกครั้ง
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์





