
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ระยะเวลาดำเนินโครงการ 8 ปี ตั้งแต่ปี 2570-2577 เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งในระยะยาว โดยข้อมูลทางเศรษฐศาสตร์มีความคุ้มค่า ลดความเสียหายได้ 16,930 ล้านบาทต่อปี ลดพื้นที่น้ำท่วมได้ 3.48 ล้านไร่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำ ก็จะไม่ต้องรับน้ำเพื่อป้องกันน้ำไม่ให้เข้ากรุงเทพมหานคร และยังมีคลองที่กักเก็บน้ำได้ในช่วงหน้าแล้งประมาณ 1,555 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีถนนเลียบคลองระบายน้ำที่จะช่วยระบบขนส่งสินค้าเกษตรกรให้สะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งถือเป็นความหวังของภาคกลาง อยุธยา อ่างทอง ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี ไม่ต้องเจอน้ำท่วมซ้ำซาก โดยมีการตั้งงบประมาณ 70 เพื่อเริ่มต้นโครงการไว้แล้ว
และอีกโครงการหนึ่งที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่แล้วเสร็จ จึงมีการขยายเวลาดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จ เนื่องจากมีการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า คือ โครงการระบายน้ำบางบาล-บางไทร ที่จะเชื่อมโยง 2 ระบบเข้าด้วยกัน เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาค ที่สัญญาเดิมจะแล้วเสร็จปี 2569-2570 โดยขยายถึงปี 2572 แต่ ครม. เห็นว่าไม่ควรจะขยายเวลาอีก กรมชลประทานซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงาน จึงเลื่อนเวลามาเป็นเดือนกรกฎาคม ปี 2571 และไม่ให้ขยายเวลาต่ออีก
ขณะเดียวกัน ในที่ประชุมครม.ได้อนุมัติงบกลาง ปี 2569 เพื่อเยียวยาฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ จำนวน 4,731 ล้านบาท ให้กระทรวงมหาดไทยเร่งประสานงานสำรวจ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท้องถิ่น กทม. ในการนำเงินก้อนนี้มาช่วยเหลือเยียวยาประชาชนโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังสั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ร่วมประชุมกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเวลาลงพื้นที่ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ในพื้นที่เพื่อสั่งการ ดำเนินการอย่างรวดเร็ว และในการดำเนินการหลายหน่วยงาน หากมีข้อติดขัดในการดำเนินการตามนโยบายของส่วนกลางและภูมิภาค ให้หน่วยงาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างๆ รายงานต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง และนายกรัฐมนตรีจะใช้อำนาจในการดำเนินการ
ขณะเดียวกัน นายเอกภพ ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า เมื่อคืนมีฝนตกที่จังหวัดกำแพงเพชรและเชียงใหม่ ที่อยู่เหนือเขื่อนที่รับน้ำจากเหนือเขื่อนแม่น้ำปิง ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อมารวมกับแม่น้ำน่านไม่มีปัญหาอะไร แต่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะถูกเติมมาที่สะแกกรัง น้ำที่ลงมาสู่เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น
ในการประชุมเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาในการบริหารจัดการลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ประชุมมีมติให้จากเดิมเขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำอยู่ที่ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ให้ปล่อยเพิ่มสูงสุดได้ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยให้ปล่อยเป็นระดับขั้นบันได ไม่ได้ปล่อยครั้งเดียว แต่หากปล่อยทั้งหมดปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้น 30 เซนติเมตร โดยให้ดูผลกระทบการเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนา โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการระบายน้ำออก
ขณะเดียวกัน เมื่อมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา อาจจะมีผลกระทบต่อพื้นที่รับน้ำ ทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาใน กทม. ยังรองรับน้ำได้ 1.8 เมตร ซึ่งกรุงเทพมหานครยังไม่ต้องเป็นห่วง และมีการสูบน้ำออกอ่าวไทย โดยยืนยันว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามทำทุกอย่างให้ประชาชนได้รับการดูแลทั่วถึงและปลอดภัยไปด้วยกัน โดยในส่วนของ กทม. มีความพยายามระบายน้ำออกทางอ่าวไทยและแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเต็มกำลัง โดยน้ำที่ท่วมในพื้นที่สัญจรไปมา กทม. จะพยายามให้ลดลงและสามารถสัญจรได้เป็นปกติภายใน 2-3 วัน ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำจะใช้เวลา 7 วัน แต่ทั้งนี้ต้องติดตามจาก กทม.
นายเอกภพ กล่าวถึง อำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่า เมื่อผู้ว่าฯ ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย รัฐบาลก็ได้เข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ เพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ โดยนายกรัฐมนตรีจึงสั่งการในที่ประชุมครม.มอบหมายให้พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญรมว.กลาโหม กำกับดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ในการช่วยแก้ปัญหาอุทกภัยในรอบนี้
โดยก่อนที่จะเกิดฝนรอบนี้ ได้มีการพร่องน้ำแล้วในระบบระบายน้ำ ตรงนี้มีการทำงานร่วมกันระหว่าง สทนช. กทม. แต่ฝนตก 300 มิลลิเมตร ระบบระบายน้ำ กทม. รับได้เพียง 51 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพราะฉะนั้นอย่างไรฝนก็เกินที่จะรองรับได้
ทั้งนี้ เมื่อเกิดปัญหาแล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้น ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดในประเทศไทยก็จะมีการรับมือเบื้องต้นตาม พ.ร.บ. ปภ. ท้องถิ่นจะดูแลเบื้องต้น หลังท้องถิ่นดูแลไม่ได้จะยกระดับมาที่อำเภอและจังหวัด ถ้าจังหวัดรับมือไม่ได้ก็จะเป็นระดับประเทศ
“เมื่อผู้ว่าฯ กทม. ประกาศแล้ว รัฐบาลก็มีอำนาจ มีหน้าที่สนับสนุนอย่างเต็มที่ ร่วมมือทุกอย่าง เอาทุกหน่วยงานไปร่วมมือ ซึ่งจริง ๆ แล้วร่วมมือตั้งแต่ต้น รับผิดชอบหลักคือใคร commander คือผู้ว่าฯ กทม. โดยที่หน่วยงานราชการระดับกลางและระดับภูมิภาคเข้าไปสนับสนุน นี่คือสิ่งที่จะบอกว่าไม่ต้องโทษ ไม่ต้องหาว่าใครเป็นผู้กระทำผิด หรือไปโบ๊ยว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ แต่เราต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติรวดเร็ว” นายเอกภพกล่าว
โดย ฐานิสร์ ทองนอก





