
เงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.80 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวในระดับเดียวกันจากช่วงเช้า
นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ 33.76-33.80 บาท/ดอลลาร์ โดยไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค ทั้งนี้ เงินบาทยังไม่มีปัจจัยใหม่ ในภาพรวมตลาดรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธนี้เป็นหลัก
นักบริหารเงิน คาดว่า วันพรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.60-33.90 บาท/ดอลลาร์
*ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.30 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 156.86 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1210 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1220 ดอลลาร์/ยูโร
– ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,579.03 จุด เพิ่มขึ้น 16.36 จุด (+1.05%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 63,532.30 ล้านบาท
– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,547.32 ล้านบาท
– กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนก.ย. 69 มีมูลค่า 38,438 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 24% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 44,295 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 50.4% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 5,856 ล้านดอลลาร์ โดยการส่งออกในเดือนนี้ ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากการส่งออกสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่เร่งตัวขึ้น สอดคล้องกับประเทศผู้ผลิตเทคโนโลยีในภูมิภาค, ภาคการผลิตโลก ขยายตัวสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี จากคำสั่งซื้อใหม่ และการสะสมสินค้าคงคลังของผู้ผลิต ประกอบกับ อุปสงค์ที่แข็งแกร่งของสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนด้านดิจิทัล และสินค้ากลุ่มอื่นของสหรัฐฯ ช่วยผลักดันการส่งออกในภาพรวม
– ผู้อำนวยการ สนค. คาดการณ์ว่าในปี 69 นี้ มูลค่าการส่งออกของไทย อาจขยายตัวได้ 15-16% จากก่อนหน้าที่ประเมินไว้ที่ 11% แต่ทั้งนี้มีโอกาสที่การส่งออกปีนี้จะขยายตัวได้สูงถึง 19.6% ที่มูลค่า 4.04 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจะถือว่าเป็นมูลค่าที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากผลของอุปสงค์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะที่ฐานการส่งออกไตรมาส 4/68 อยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยกดดันการส่งออก ได้แก่ สงครามที่ยืดเยื้อ กดดันการส่งออกของไทยไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง และมาตรการควบคุมการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ กดดันภาพรวมสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร แม้สินค้าศักยภาพอื่นจะยังขยายตัวได้ดี
– บีโอไอ เปิดเผยมูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ เกษตรและอาหาร ในช่วง 9 เดือนปี 69 (ม.ค.-ก.ย.) มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 1,954 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 1.70 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%YoY สะท้อนโมเมนตัมของการลงทุนสู่ประเทศไทย และความเชื่อมั่นต่อการปรับปรุงกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนกลไกเร่งรัดการลงทุน และการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตผ่านมาตรการ Skill Bridge ของรัฐบาล
– รมว.คลัง กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า GDP ของไทยปีนี้โตเกิน 2.1% แน่นอนว่า การจัดทำตัวเลข GDP เป็นหน้าที่ของสภาพัฒน์ และกระทรวงอุตสาหกรรม แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่ตัวเลขเศรษฐกิจจะขยายตัวได้เท่าใด แต่ต้องเป็นตัวเลขที่ถูกต้องและสะท้อนสถานการณ์เศรษฐกิจที่แท้จริง เพื่อให้ภาครัฐสามารถวินิจฉัยปัญหาและออกมาตรการแก้ไขได้ตรงจุด
– ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ คาดว่า ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาจะได้ข้อยุติในเร็ว ๆ นี้ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
– นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางต่าง ๆ ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงิน ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในหลายประเทศ โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะแถลงมติอัตราดอกเบี้ยในวันพุธที่ 28 ต.ค. ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดีที่ 29 ต.ค. และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันศุกร์ที่ 30 ต.ค.
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน





