บมจ.เอสซีจี เดคคอร์ [SCGD] เปิดเผยว่า ความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อเรียกร้องจากหน่วยงานรัฐประเทศอินโดนีเซียต่อบริษัทย่อยของ SCGD ในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX) ที่ประกอบธุรกิจกระเบื้องเซรามิก ชื่อ PT Keramika Indonesia Assosiasi Tbk (หรือ KIA) และบริษัทย่อยของ KIA (PT KIA KERAMIK MAS หรือ “KKM”)
โดยในช่วงปลายปี 2566 ทั้ง KIA กับ KKM ได้ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐของอินโดนีเซียต่อศาลปกครอง เพื่อให้ยกเลิกการเรียกร้องที่อ้างว่า KIA มีหนี้เงินต่อหน่วยงานรัฐของอินโดนีเซีย และให้ยกเลิกการระงับการเข้าระบบจดแจ้งทางทะเบียนกับ Ministry of Law (MOL) ของ KIA กับ KKM ซึ่งต่อมา ศาลปกครองชั้นต้น ศาลสูง (ขั้นอุทธรณ์) และศาลฎีกา (ขั้น Cassation) ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง ส่งผลให้ เมื่อปลายปี 2568 KIA และ KKM ได้ดำเนินการโต้แย้งต่อศาลฎีกาเพื่อให้ทบทวนคำพิพากษาข้างต้น (Case Review) นั้น
SCGD แจ้งว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 KIA ได้เปิดเผยข้อมูลต่อ IDX ว่า ศาลฎีกา (ชั้น Case Review) มีคำพิพากษาไม่รับคำขอ Case Review ข้างต้น เนื่องจากคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง โดยไม่ได้ตัดสินในประเด็นว่า KIA เป็นหนี้ตามที่รัฐเรียกร้องหรือไม่
ปัจจุบัน KIA ได้หลักฐานเพิ่มเติมที่สามารถใช้โต้แย้งการเรียกร้องหนี้บางส่วน และอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม โดยที่ผ่านมา KIA ได้ประสานงานกับหน่วยงานรัฐอินโดนีเซียที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งที่ปรึกษากฎหมายอย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งแก้ปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ KIA และบริษัทย่อยจะดำเนินการใช้สิทธิทางกฎหมายของอินโดนีเซียเพื่อโต้แย้งการเรียกร้องหนี้ดังกล่าว และยืนยันว่า KIA และบริษัทย่อยไม่มีภาระหนี้ตามที่ถูกเรียกร้อง
ในส่วนของการระงับการเข้าระบบจดแจ้งทางทะเบียนนั้น เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 หน่วยงานรัฐอินโดนีเซีย ได้อนุญาตให้ KIA ยื่นจดแจ้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นล่าสุดของ KIA ในระบบจดแจ้งทางทะเบียนแล้ว
อนึ่ง KIA และบริษัทย่อย ได้ดำเนินงานตามปกติตลอดมา โดยงบการเงินรวมสำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 มียอดขายประมาณ 876 ล้านบาท EBITDA ประมาณ 21 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิประมาณ -21 ล้านบาท





