สหรัฐฯ คว่ำบาตรเครือข่ายอินเดีย-ตุรกี ฐานเอื้อประโยชน์อิหร่าน มุ่งตัดท่อน้ำเลี้ยงน้ำมันเตหะราน

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรระลอกใหม่ต่อบริษัทและบุคคลในอินเดียและตุรกีเมื่อวันพุธ (4 พ.ย.) ฐานให้การสนับสนุนอิหร่าน พร้อมส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าไล่เบี้ยทุกคนที่ช่วยเหลือรัฐบาลอิหร่านต่อไป โดยมาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “Operation Economic Outcast” ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มุ่งตัดช่องทางจำหน่ายน้ำมันของเตหะรานเพื่อสกัดเงินทุนทำสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

มาตรการรอบนี้พุ่งเป้าไปที่เครือข่ายในอินเดีย นำโดย สุนีล กุมาร ชาร์มา, จัสปรีต ปรีตี ชาฮิด ผู้เป็นภรรยา, ผู้บริหารธุรกิจของทั้งคู่อีก 2 ราย และนิติบุคคลในเครืออีก 9 แห่ง โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า เครือข่ายนี้สร้างเว็บไซต์และหน่วยงานจดทะเบียนเรือปลอมขึ้นมา แอบอ้างเป็นตัวแทนจากหลายประเทศ เช่น กายอานา เอสวาตินี และลาว เพื่อออกใบรับรองและสวมธงเรือปลอมให้เรือลักลอบขนส่งน้ำมัน

“ขบวนการนี้ใช้กลอุบายสวมธงเรือปลอมและออกใบรับรองปลอมให้เรือติดบัญชีคว่ำบาตรที่ลักลอบขนส่งน้ำมันปิโตรเลียมของอิหร่าน รวมถึงเรือที่ปฏิบัติการในนามของกองทัพอิหร่านและกองกำลังตัวแทน” กระทรวงการคลังสหรัฐฯ แถลง

ทั้งนี้ การสวมธงเรือปลอมและปลอมแปลงใบรับรองการเดินเรือ ช่วยให้เรือที่กระทำผิดกฎหมายสามารถหลบเลี่ยงกฎระเบียบสากลด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งไม่มีประกันภัยความรับผิด (Indemnity Insurance) ซึ่งหมายความว่า เรือเหล่านี้อาจก่อให้เกิดความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ต่อเศรษฐกิจของประเทศที่มีน่านน้ำซึ่งเรือแล่นผ่าน

ส่วนในตุรกี สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) สังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตรบริษัท ฟูโก กราวด์ เซอร์วิสเซส อิงก์ (Fugo Ground Services Inc.) ฐานให้บริการภาคพื้นดินและบริการอื่น ๆ แก่สายการบินของอิหร่านที่ติดบัญชีดำหลายแห่ง ได้แก่ อิหร่านแอร์ทัวร์ (Iran Air Tour), ซาฮาแอร์ไลน์ส (Saha Airlines), ทาบานแอร์ไลน์ส (Taban Airlines) และอาตาแอร์ไลน์ส (Ata Airlines) พร้อมกันนี้ OFAC ยังได้ออกประกาศเตือนภาคอุตสาหกรรมถึงความเสี่ยงที่จะถูกคว่ำบาตร หากทำธุรกรรมกับเรือที่อาจสวมธงปลอม

ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ย้ำท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลว่า

“เรารู้ว่าพวกคุณอยู่ที่ไหน และจะเดินหน้าคว่ำบาตรทุกคนที่ยังช่วยเหลือรัฐบาลอิหร่าน ไม่ว่าจะทางบก ทางเรือ หรือทางอากาศ”

การประกาศคว่ำบาตรล่าสุดมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ จนครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ท่ามกลางความไม่พอใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อการทำสงครามกับอิหร่านและปัญหาเงินเฟ้อในประเทศ

ขณะที่ปธน.ทรัมป์ยอมรับในวันพุธว่า สงครามอิหร่านและราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงมีส่วนทำให้พ่ายแพ้การเลือกตั้ง แต่ยังยืนยันว่าการทำสงครามครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่า

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อการค้าน้ำมันของอิหร่าน หลังจากที่สหรัฐฯ กลับมาปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านอีกครั้งเมื่อวันที่ 14 ก.ค. หลังบันทึกความเข้าใจ (MOU) ยุติสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ล่มลง ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า มาตรการของสหรัฐฯ ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเศรษฐกิจอิหร่าน โดยฉุดค่าเงินเรียลร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และดันให้อัตราเงินเฟ้อในประเทศพุ่งแตะระดับราว 90%

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์

ข่าวล่าสุด