IMF เตือนธนาคารกลางทั่วโลกจับตาความเสี่ยง AI ชะลอตัว หวั่นกระทบเงินเฟ้อ-เสถียรภาพการเงิน

คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกจำเป็นต้องนำความเป็นไปได้ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจชะลอตัวลง มาประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการต่อสู้กับเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง

กอร์เกียวากล่าวว่า กระแสความกังวลเกี่ยวกับการพึ่งพาการลงทุนใน AI ที่กำลังเฟื่องฟู รวมถึงมูลค่าสินทรัพย์ที่อยู่ในระดับสูง กำลังส่งผลต่อตลาดการเงินทั่วโลก โดยความผันผวนที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มจะดำเนินต่อไป และอาจทำให้การทำงานของธนาคารกลางยากลำบากยิ่งขึ้นในช่วงที่ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านราคากำลังเพิ่มขึ้น

เธอยังชี้ว่า แม้กระแสการลงทุนใน AI จะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในบางประเทศ และบรรเทาผลกระทบจากภาวะอุปทานน้ำมันชะงักงันที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง แต่การลงทุนดังกล่าวก็สร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเงินด้วยเช่นกัน

ความกังวลต่อแนวโน้มการลงทุนใน AI ปรากฏชัดขึ้นหลังเกิดแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีอย่างหนักเมื่อวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.) ซึ่งส่งผลกระทบไปยังตลาดการเงินในวงกว้าง นักลงทุนกังวลว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ อาจนำไปสู่การกำกับดูแลธุรกิจ AI ที่เข้มงวดขึ้น และทำให้การก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ชะลอตัวลง ส่งผลให้นักลงทุนหันไปถือครองพันธบัตรซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

นอกจากนี้ การลงทุนใน AI ยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการใช้จ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI อยู่ก่อนแล้ว เมื่อเกิดแรงเทขายหุ้นอย่างหนัก จึงยิ่งกระตุ้นให้เกิดการเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) และสร้างความวิตกให้กับทั้งนักลงทุนรายย่อยและกองทุนเฮดจ์ฟันด์

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนต.ค. IMF ได้เตือนถึงความเสี่ยงสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเงิน หากกระแสการลงทุนใน AI สิ้นสุดลง โดยมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย เช่น สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ

IMF ประเมินว่า หากการลงทุนใน AI ลดลงอย่างรุนแรง อาจส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ปรับตัวลงอย่างหนัก และฉุดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั่วโลกให้ลดลง 1.1% ภายในปี 2571 ขณะที่ผลผลิตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อาจลดลง 1.8% อย่างไรก็ตาม กอร์เกียวาไม่ได้กล่าวถึงตัวเลขคาดการณ์ผลกระทบด้านลบดังกล่าวอีกครั้งในการแถลงเมื่อวันศุกร์ แต่ยอมรับว่าตลาดการเงินมีความผันผวนในช่วงที่ผ่านมา

กอร์เกียวาย้ำว่า หากแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจจาก AI เริ่มชะลอตัว ธนาคารกลางจำเป็นต้องนำสถานการณ์ดังกล่าวมาพิจารณาในการกำหนดมาตรการรับมือเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและลดลงได้ยาก

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันศุกร์ (6 พ.ย.) โดยอ้างข้อมูลจากผู้ช่วยสมาชิกรัฐสภาและกลุ่มผู้สนับสนุนด้านนโยบายว่า พรรคเดโมแครตเตรียมผลักดันกฎหมายใหม่จำนวนมากเพื่อกำกับดูแลระบบ AI และการพัฒนาศูนย์ข้อมูล หลังจากเข้าควบคุมสภาคองเกรสสหรัฐฯ ในเดือนม.ค.

แผนดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงแนวทางด้าน AI อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับสภาคองเกรสชุดปัจจุบันที่นำโดยพรรครีพับลิกัน ซึ่งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการพัฒนา AI เป็นหลัก และปฏิเสธการผ่านกฎหมายที่กำหนดข้อจำกัดต่อเทคโนโลยีดังกล่าว

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช