ปิดฉากสะใภ้มหาภัย! คดีเห็ดพิษฆ่าครอบครัวสามี ศาลออสเตรเลียตัดสินผิดจริง

คณะลูกขุนมีคำตัดสินในวันนี้ (7 ก.ค.) ให้หญิงชาวออสเตรเลียมีความผิดในข้อหาฆาตกรรมญาติสามี 3 ราย และข้อหาพยายามฆ่าอีก 1 ราย ด้วยอาหารที่ใส่เห็ดพิษ ในคดีสะเทือนขวัญที่ได้รับความสนใจไปทั่วประเทศ

เอริน แพตเตอร์สัน วัย 50 ปี ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาฆาตกรรมเกล แพตเตอร์สัน (แม่สามี), โดนัลด์ แพตเตอร์สัน (พ่อสามี) และเฮเธอร์ วิลคินสัน (น้องสาวของเกล) รวมถึงข้อหาพยายามฆ่าเอียน วิลคินสัน (สามีของเฮเธอร์)

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บ้านของเอรินในเมืองลีอองกาธา โดยเธอได้เสิร์ฟเมนู “บีฟ เวลลิงตัน” ซึ่งภายหลังพบว่ามีส่วนผสมของ “เห็ดหมวกมรณะ” (Death Cap Mushroom) ที่มีพิษร้ายแรง

คณะลูกขุนได้ลงมติว่าเธอมีความผิดจริงทั้ง 4 ข้อหา และจะมีการพิจารณาบทลงโทษในภายหลัง โดยอาจต้องโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต

ก่อนหน้านี้ เอรินให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าการเสียชีวิตเป็นอุบัติเหตุ ขณะที่คอลิน แมนดี ทนายความของเธอ ไม่ได้ให้ความเห็นใด ๆ ขณะเดินฝ่าวงล้อมสื่อมวลชนออกจากศาล

การพิจารณาคดีซึ่งใช้เวลานานถึง 10 สัปดาห์ ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อทั่วโลก โดยสถานีโทรทัศน์ ABC ของออสเตรเลียได้จัดทำพอดแคสต์รายวันเกี่ยวกับคดีนี้ ซึ่งได้รับความนิยมในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ฝ่ายอัยการระบุต่อศาลว่า เอรินใช้แผนลวง 4 ขั้นตอนเพื่อสังหารเหยื่อ โดยเริ่มจากการสร้างเรื่องว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งเพื่อล่อลวงให้เหยื่อมารับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นได้วางยาพิษในอาหารของพวกเขา ขณะที่เสิร์ฟอาหารที่ไม่มีพิษให้ตัวเอง

อัยการกล่าวว่า จากนั้นเอรินได้โกหกว่าตัวเองก็ป่วยจากอาหารเพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย ก่อนที่จะพยายามทำลายหลักฐานและให้การเท็จต่อตำรวจเมื่อเริ่มมีการสืบสวน

อย่างไรก็ตาม เอริน ซึ่งขึ้นให้การเป็นพยานเพียงคนเดียวในฝั่งจำเลยเป็นเวลา 8 วัน ได้โต้แย้งว่า เธอโกหกเรื่องมะเร็งไม่ใช่เพื่อล่อลวงเหยื่อมาสังหาร แต่เพราะรู้สึกอับอายที่จะบอกความจริงว่าเธอกำลังวางแผนผ่าตัดลดความอ้วน และคิดว่าหากบอกว่าป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษา จะทำให้ญาติ ๆ เข้าใจและช่วยเหลือในเรื่องการจัดการดูแลลูกทั้งสองของเธอ ระหว่างที่เธอต้องพักฟื้นจากการผ่าตัด

เอรินยังให้การว่า ที่เธอไม่ป่วยหนักเท่าคนอื่น เป็นเพราะเธอแอบกินเค้กที่แม่สามีนำมาให้ แล้วจึงไปอาเจียนออกในภายหลัง

ทั้งนี้ คณะลูกขุนซึ่งประกอบด้วยชาย 7 คนและหญิง 5 คน ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ในการพิจารณาเพื่อลงมติ โดยผู้พิพากษาได้ให้สิทธิพิเศษแก่คณะลูกขุนชุดนี้ในการงดเว้นหน้าที่เป็นลูกขุนในอนาคตเป็นเวลา 15 ปี เนื่องจากคดีมีความยาวนานและซับซ้อน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.ค. 68)