หัวเว่ยเผยกำไร H1/68 ร่วง 32% หลังทุ่มงบ R&D สู้มาตรการคว่ำบาตรมะกัน

หัวเว่ย (Huawei) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน เปิดเผยผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2568 โดยกำไรสุทธิลดลงถึง 32% เมื่อเทียบรายปี หลังทุ่มงบลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาเพื่อรับมือมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

หัวเว่ยระบุว่า กำไรสุทธิระหว่างเดือนม.ค.–มิ.ย. ลดลงเหลือ 3.7 หมื่นล้านหยวน (ราว 5.17 พันล้านดอลลาร์) ขณะที่รายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% แตะ 4.27 แสนล้านหยวน ซึ่งถือเป็นรายได้สูงสุดสำหรับช่วงครึ่งปีแรกนับตั้งแต่ปี 2563

ทั้งนี้ หัวเว่ยได้รับผลกระทบจากมาตรการจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ เป็นเวลาหลายปี ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้ผลักดันให้หัวเว่ยหันมาพัฒนาฮาร์ดแวร์และเทคโนโลยีของตนเอง ซึ่งรวมถึงชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ในปี 2567 หัวเว่ยเปิดตัวสมาร์ตโฟนหลายรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยเซมิคอนดักเตอร์ที่ออกแบบและผลิตในประเทศ รวมถึงสมาร์ตโฟนพับได้สามทบเครื่องแรกของโลกที่ทางบริษัทนำออกจำหน่าย นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้นำระบบปฏิบัติการของตนเองมาใช้ในสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ ๆ เพื่อทยอยเปลี่ยนผ่านจากการใช้ระบบแอนดรอยด์ (Android) ของกูเกิล (Google)

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ส.ค. 68)