มอเตอร์เวย์ M81 เตรียมเปิดทดลองตลอดเส้นทาง-เปิดประมูลที่พักริมทาง ปลายปี 68

นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เผยถึงโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ว่า ในขณะนี้มีความคืบการก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จ 99.89% ส่วนความคืบหน้างานระบบและงานบำรุงรักษาอยู่ที่ 92.89% มีกำหนดการเตรียมเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการเต็มรูปแบบโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางได้ภายในปี 2568

สำหรับการเปิดทดลองใช้บริการตลอดเส้นทางครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายคมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ สังคม และชุมชนเข้าด้วยกัน ซึ่งโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) นับเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ เชื่อมจากกรุงเทพฯ สู่ภาคตะวันตก และเป็นประตูสู่ภาคใต้ของประเทศไทย

ที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการมาตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2567 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน โดยกรมทางหลวงได้เปิดให้ทดลองวิ่ง ทุกวันศุกร์ เวลา 15.00 น. ถึงวันจันทร์ เวลา 09.00 น. โดยสามารถเข้าออกได้ 7 ด่าน คือ ด่านบางใหญ่ ด่านนครชัยศรี ด่านนครปฐมฝั่งตะวันออก ด่านนครปฐมฝั่งตะวันตก ด่านท่ามะกา ด่านท่าม่วง ด่านกาญจนบุรี ส่วนด่านศีรษะทอง ยังไม่เปิดให้บริการ โดยสามารถใช้บริการได้เฉพาะรถยนต์ 4 ล้อเท่านั้น และจำกัดความเร็ว 80 กม./ชม.

โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี เริ่มก่อสร้างในปี 2559 ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี ระยะทางรวมประมาณ 96 กิโลเมตร มาตรฐานการออกแบบเป็นทางหลวงพิเศษขนาด 6 ช่องจราจร และ 4 ช่องจราจร พร้อมระบบควบคุม ความปลอดภัยและการจราจรอัจฉริยะ (ITS) เช่น ระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) ระบบบริหารจัดการจราจร ระบบตรวจจับความเร็วและงานศูนย์บริการช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอดสายทาง

จากข้อสรุปเชิงสถิติการทดลองใช้บริการของประชาชน พบว่ามีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยมีสถิติปริมาณการจราจร เฉลี่ยประมาณ 35,000 วัน/คัน นอกจากนี้ ยังพบว่าเส้นทางดังกล่าว สามารถช่วยระบายรถในช่วงเทศกาลได้เป็นอย่างดี เช่น ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา มีผู้ใช้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 ช่วงบางใหญ่-นครปฐม ขาเข้า เฉลี่ยถึง 483,041 คัน แบ่งเบาการจราจรได้ถึง 15% ขาออกเฉลี่ย 454,655 คัน แบ่งเบาการจราจรได้ถึง 18% ส่วนช่วงนครปฐม –กาญจนบุรี ขาเข้าเฉลี่ยถึง 165,171 คัน แบ่งเบาการจราจรได้ถึง 32% ขาออกเฉลี่ย 162,385 คัน แบ่งเบาการจราจรได้ถึง 34%นับเป็นผลตอบรับที่ดีและการันตีได้ว่า M81ช่วยลดเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดกาญจนบุรี จากเดิมต้องใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง เหลือเพียงประมาณ 50 นาทีเท่านั้นเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยให้กับประชาชนในการเดินทางสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจจังหวัดกาญจนบุรี เพิ่มขีดความสามารถด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศได้ตามวัตถุประสงค์

ส่วนการเปิดใช้มอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรีอย่างเป็นทางการ โดยมีเก็บค่าผ่านทางนั้น จะต้องมีการทดสอบระบบจนมั่นใจเรื่องการอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยทั้งหมด รวมถึงต้องมีการประกาศทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และประกาศอัตราค่าผ่านทางก่อนด้วย โดยจะมีการแจ้งเริ่มเปิดให้บริการ Commercial Operation Rate (COD) ระยะที่ 2 การดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) ระยะเวลา 30 ปี

*ระบบเก็บเงินใกล้เสร็จ

นายสุวิชาณ สุระบาล ผู้อำนวยการกองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง กล่าวว่า งานก่อสร้างงานระบบ การดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) เป็นการให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Gross Cost มีกลุ่มกิจการร่วมค้า BGSR (บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส (BTS), บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ,บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียรี่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และบมจ.ราชกรุ๊ป (RATCH) เป็นผู้ดำเนินการ แบ่งเป็น 2 ระยะ โดย ระยะที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง พร้อมติดตั้งงานระบบ และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี เริ่มต้นงานวันที่ 11 มกราคม 2565 ซึ่งขณะนี้ใกล้เสร็จแล้ว ,ระยะที่ 2 การดำเนินงานและบำรุงรักษา ระยะเวลา 30 ปีนับแต่วันที่เปิดให้บริการ

โดยกิจการร่วมค้า BGSR จะได้รับค่าตอบแทน 2 ส่วน 1. สำหรับคืนค่าก่อสร้างงานระบบพร้อมดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 20 ปี และ 2. ค่าตอบแทนสำหรับการดำเนินงาน และบำรุงรักษา โดยจะต้องรักษาระดับการให้บริการให้เป็นไปตามเงื่อนไข KPI ตามที่กรมทางหลวงกำหนดไว้

*เล็งเปิดประมูลที่พักริมทาง ปลายปีนี้

สำหรับที่พักริมทาง (Rest Area) มูลค่าก่อสร้างราว 1.3 พันล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมประกาศร่างเอกสารประกวดราคา (RFP) ในปลายปีนี้ ตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างในปี 2569 แล้วเสร็จปี 2570 และเปิดบริการเต็มรูปแบบในปี 2571 แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. สถานที่บริการทางหลวง จำนวน 2 แห่ง คือ ที่นครชัยศรีและ เมืองนครปฐม 2. จุดพักรถ จำนวน 1 แห่ง ที่ท่ามะกา มูลค่าก่อสร้าง 1,300 ล้านบาท ใช้รูปแบบ PPP Net-Cost เอกชน ลงทุนและจัดเก็บรายได้ โดยจ่ายผลตอบแทนให้ภาครัฐ

ปัจจุบันอยู่ระหว่างคณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาร่าง RFP ในปลายปีนี้ ตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างในปี 2569 แล้วเสร็จปี 2570 และเปิดบริการเต็มรูปแบบในปี 2571 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง ประกอบด้วย ห้องน้ำสาธารณะ ศาลาพักผ่อน อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อาคารสถานีตำรวจย่อยและหน่วยกู้ภัย อาคารร้านค้า ร้านอาหาร และสถานีบริการน้ำมันและซ่อมบำรุงยานพาหนะ เป็นต้น

สำหรับเงื่อนไข ประมูลจุดพักรถ M81 นั้น ก่อนหน้านี้ กำหนดให้ก่อสร้างอาคารยกระดับคร่อมอยู่เหนือช่องจราจรเพื่อเชื่อมมอเตอร์เวย์ 2 ฝั่ง ในช่วง 2 ปีแรกเลย แต่หลังจากจัดทำความสนใจนักลงทุนหรือ Market sounding เอกชนมีความกังวล ในเรื่องของปริมาณการจราจรเนื่องจากเป็นโครงการเปิดใหม่กรมทางหลวงจึงมีการปรับเงื่อนไขก่อสร้างให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น สร้างในปีที่ 18 หรือ กำหนดปริมาณจราจรที่มีความเหมาะสม ซึ่งต้อง เสนอคณะกรรมการมาตรา 36 พิจารณาอีกครั้ง

สำหรับการปรับเงื่อนไขดังกล่าว ถือเป็นสาระสำคัญ ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอนุมัติแล้ว และตามขั้นตอนจะเสนอคณะกรรมการ PPP อนุมัติในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ต่อไป

แหล่งข่าว BTS กล่าวว่า ในส่วนของกิจการร่วมค้า BGSR จะได้รับค่าตอบแทน 2 ส่วน 1. สำหรับคืนค่าก่อสร้างงานระบบ ที่ลงทุนไปประมาณ 5,500 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 20 ปี และ 2. ค่าตอบแทนสำหรับการดำเนินงาน และบำรุงรักษา โดยจะต้องรักษาระดับการให้บริการให้เป็นไปตามเงื่อนไข KPI ตามที่กรมทางหลวงกำหนดไว้

ส่วนโครงการ Rest Area นั้น บีทีเอส มีความสนใจ แต่จะเข้าร่วมประมูลหรือไม่ ต้องขอศึกษาเงื่อนไข RFP ก่อน ว่าจะกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูลอย่างไร ยอมรับว่าบริษัทไม่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจรีเทล หากจะเข้าร่วม คงต้องหาพาร์ทเนอร์ที่ชำนาญด้านรีเทลมาร่วม

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ส.ค. 68)