น้ำมัน WTI ปิดลบ $1.14 หลังทรัมป์เผยดีลนำเข้าน้ำมันเวเนซุเอลา

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (7 ม.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลามูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งนักลงทุนมองกว่าอาจทำให้อุปทานน้ำมันในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 1.14 ดอลลาร์ หรือ 2% ปิดที่ 55.99 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 74 เซนต์ หรือ 1.22% ปิดที่ 59.96 ดอลลาร์/บาร์เรล

ปธน.ทรัมป์เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลามูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ โดยเวเนซุเอลาจะส่งมอบน้ำมันให้แก่สหรัฐฯ จำนวน 30-50 ล้านบาร์เรล ซึ่งน้ำมันเหล่านี้จะถูกนำออกจำหน่ายในราคาตลาด และรายได้ที่เกิดขึ้นจะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งในเวเนซุเอลาและสหรัฐ

แหล่งข่าวใกล้ชิดทำเนียบขาวระบุว่า เวเนซุเอลาจะสามารถขายน้ำมันต่อไปโดยไม่มีกำหนด พร้อมกับเปิดเผยว่า น้ำมันประมาณ 50 ล้านบาร์เรลที่เวเนซุเอลาจะส่งมอบให้กับสหรัฐฯ เป็นเพียงล็อตแรกเท่านั้น และการขายน้ำมันจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีกำหนด ขณะที่มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาจะถูกยกเลิกหรือผ่อนคลายลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงดังกล่าว

นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากสหรัฐฯ ได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซียที่มีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของรัฐบาลทรัมป์ที่จะควบคุมการไหลเวียนของน้ำมันในทวีปอเมริกา และกดดันให้รัฐบาลเวเนซุเอลายอมเป็นพันธมิตร นอกจากนี้ ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า คณะบริหารของทรัมป์กำลังหารือเกี่ยวกับทางเลือกในการเข้าซื้อกรีนแลนด์ รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารในการยึดครองกรีนแลนด์

ราคาน้ำมันลดช่วงลบ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 3.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 2 ม.ค. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 447,000 บาร์เรล

ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 7.7 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 3.2 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 5.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรล

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ม.ค. 69)