เงินบาทเปิด 31.33 อ่อนค่ารับดอลลาร์แข็งค่า-ราคาทองร่วง คาดกรอบวันนี้ 31.20-31.45

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 31.33 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจาก ปิดตลาดช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 31.27 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดโลก หลังดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุล หลัก เนื่องจากตลาดกังวลเรื่องสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศเวเนซุเอลาว่าจะมีพัฒนาการอย่างไรตามมา ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจของ สหรัฐฯ ที่ออกมาเมื่อคืนเป็นแบบผสม โดยดัชนีภาคบริการออกมาดี ส่วนตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนแย่กว่าคาด

สำหรับปัจจัยในประเทศวันนี้ ตลาดจับตาดูทิศทางของเงินทุนระหว่างประเทศ (Flow) จากธุรกรรมเกี่ยวกับทองคำ หลังจาก เมื่อคืนราคาในตลาดโลกปรับตัวลดลงราว 30 ดอลลาร์

“บาทปรับตัวอ่อนค่าตามตลาดโลกหลังดอลลาร์แข็งค่า และทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทอง” นักบริหารเงิน กล่าว นักบริหารเงินประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 31.20 – 31.45 บาท/ดอลลาร์

 

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 156.77 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 156.48 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1678 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.1680 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 31.245 บาท/ดอลลาร์
  • TDRI ชี้เลือกตั้งปี 2569 จุดชี้ชะตาอนาคตไทย ท่ามกลางปัญหาซ้อน วิกฤติทั้งคอร์รัปชัน สแกมเมอร์ออนไลน์ สังคมสูงวัย แนะรัฐบาลใหม่เลิกนโยบายแจกระยะสั้น ปฏิรูปเชิงโครงสร้าง 6 ด้าน เน้นปราบทุจริต สร้างงานดีพัฒนาทักษะแรงงาน รับมือคาร์บอนต่ำ เพิ่มขีดแข่งขันโลก ขยายบำนาญประกันสังคม 60 ปี รักษาวินัย การคลัง “นักวิชาการ-เอกชน” เตือน “ประชานิยม” ระเบิดเวลาการ คลัง
  • หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด เปิดเผยว่า จากทิศทางตลาดทองคำรับศักราชใหม่เปิดสัปดาห์แรกของปี 69 ตลาดการเงินโลกต้องเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะกรณีสหรัฐ เดินหน้าจัดการเวเนซุเอลาอย่าง จริงจัง และดำเนินปฏิบัติการทางทหารเข้าควบคุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร พร้อมประกาศความพยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ภาย ในประเทศอย่างไม่มีกำหนด สะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกของสหรัฐ และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเสถียรภาพทางการเมืองและพลังงานโลก ซึ่ง เป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการถือครองทองคำตลอดสัปดาห์นี้
  • สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 303,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.146 ล้าน ตำแหน่งในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2567 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.60 ล้าน ตำแหน่ง จากระดับ 7.449 ล้านตำแหน่งในเดือนต.ค.
  • ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 41,000 ตำแหน่ง ในเดือนธ.ค. แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 48,000 ตำแหน่ง หลังจากลดลง 29,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย.
  • ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเล็กน้อยและปรับตัวในกรอบแคบเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรา นิวยอร์กในวันพุธ (7 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนประเมินข้อมูลแรงงานที่มีการเปิดเผยล่าสุดของสหรัฐฯ ร่วมทั้งจับตาการเปิดเผยตัวเลขการ จ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (7 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากราคาพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี ราคาทองคำลดช่วงลบ หลังมีการเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอเกินคาดของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้นักลงทุนยังคงมีความ หวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญในวันนี้ ได้แก่ ยอดส่งออก ยอดนำเข้า และดุลการค้าเดือนต.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการ ว่างงานรายสัปดาห์ และการคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือนธ.ค.
  • นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากสหรัฐฯ ได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซียที่มีความเชื่อมโยงกับ เวเนซุเอลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของรัฐบาลทรัมป์ที่จะควบคุมการไหลเวียนของน้ำมันในทวีปอเมริกา และกดดันให้รัฐบาล เวเนซุเอลายอมเป็นพันธมิตร นอกจากนี้ ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ทรัมป์กำลังหารือเกี่ยวกับทางเลือกในการเข้าซื้อกรีนแลนด์ ซึ่งรวมถึง ความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารในการยึดครองกรีนแลนด์
  • นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศ ทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตัวเลขการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.5% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 4.6% ในเดือนพ.ย.

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ม.ค. 69)