เลือกตั้ง’69:ปชน.ลุยรื้อโครงสร้างตำรวจภายใน 12 เดือน สร้างกระบวนยุติธรรมโปร่งใสตรวจสอบระบบราชทัณฑ์

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ รัฐบาลประชาชน กล่าวในเวที “วิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน” ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ว่าข้อเสนอของพรรคประชาชนจะรื้อโครงสร้างตำรวจาน 3 ขั้นตอน “ปราบ ปรับ ปฏิรูป” สร้างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เพื่อรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริงอย่างยั่งยืน

เราจะ “ปราบ” ระบบภายใน เริ่มต้นด้วยตั๋วตำรวจ การแต่งตั้งโยกย้ายต้องโปร่งใสเป็นธรรม เราต้องติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก “มีส้ม ไม่มีเทา มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ตั๋วตำรวจไม่มีแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ผู้กำกับ เก้าอี้สารวัตร จะไม่มีการซื้อขาย ไม่มี สส.นายพลหน้าไหนเข้ามามีตั๋วตำรวจภายใต้รัฐบาลประชาชนแน่นอน โดยจะมีการสร้างระบบประเมิน 360 องศา โปร่งใส ครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่คะแนนอาวุโส, คะแนนสอบข้อเขียน ทดสอบร่างกาย, คะแนนความประพฤติ, คะแนนจากรางวัลที่เคยได้รับในอดีต, คะแนนจากการประเมินของผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน และคะแนนจากการให้ความเห็นของประชาชน

ปราบระบบพวกพ้องให้เป็นระบบที่เที่ยงธรรม สร้างหน่วยตรวจสอบที่เป็นอิสระควบคู่กับการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มในการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ตรวจสอบได้เรียลไทม์ ยุติวัฒนธรรมเกรงใจในการตรวจสอบ โดยรัฐบาลประชาชนจะทำนโยบายนี้ให้สำเร็จภายใน 12 เดือนที่เป็นรัฐบาล

“ปรับ” สวัสดิการและภารกิจ ตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นและสร้างสวัสดิการให้กับตำรวจชั้นผู้น้อย เช่น ค่าทำสำนวน การจัดระบบที่อยู่อาศัย ขยายสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลในพื้นที่ต่างจังหวัด พร้อมกับจัดสรรงบประมาณใหม่ให้กับตำรวจ

นอกจากนี้จะมีการโอนถ่ายภารกิจ อาทิ งานจราจร ตำรวจทางหลวง การตรวจคนเข้าเมือง การคุ้มครองผู้บริโภค งานป่าไม้ ไปให้หน่วยงานที่ถือกฎหมายและมีความเชี่ยวชาญรับผิดชอบโดยตรง เพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุดรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ให้ตำรวจทำภารกิจหลักได้เต็มที่โดยเฉพาะงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม พร้อมกับโอนงานด้านนิติเวชและพิสูจน์หลักฐานออกจากตำรวจเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลในงานสืบสวนสอบสวน

“ปฏิรูป” โครงสร้างองค์กรตำรวจ ยกระดับโรงเรียนนายร้อยสามพรานขึ้นมาเป็นระดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้หน่วยงานนี้มีพระราชบัญญัติเป็นของตนเอง มีอิสระด้านวิชาการ พอกันทีวัฒนธรรมแบบทหารและอำนาจนิยม เราจะสร้างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและงานสืบสวน ยึดโยงกับหลักนิติรัฐ-นิติธรรม

นอกจากนี้จะต้องมีการปฏิรูปสู่ 3โครงสร้าง ได้แก่ “ตำรวจพื้นที่” การกระจายอำนาจงบประมาณไปที่ตำรวจจังหวัดยึดโยงกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง ให้แต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการจังหวัดที่มีส่วนร่วมของประชาชนกำกับดูแลบริหารงานของตำรวจภายในจังหวัด ไม่ได้เติบโตด้วยเส้นสาย แต่จะต้องทำงานตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่ผ่านการประเมิน 360 องศา

ส่วนตำรวจส่วนกลาง รับผิดชอบคดีในส่วนกลาง สร้างตำรวจเฉพาะทางทักษะสูง เปิดโอกาสตำรวจฝ่ายตรวจสอบ ทำงานได้อย่างเต็มที่ ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นได้ว่าตำรวจไทยจะถูกตรวจสอบ

“รัฐบาลประชาชน เราทำได้ทันที เราจะสร้างตำรวจไทยเป็นที่พึ่งพิงของประชาชน ไม่ใช่ที่พักพิงของทุนเทา” นายพิจารณ์ กล่าว

ขณะที่นายมุนินทร์ พงษาปาน ในฐานะทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า กระบวนการยุติธรรมภายใต้รัฐบาลพรรคประชาชน ต้องสะดวกรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ มีอิสระ มีความโปร่งใส มีความเป็นธรรมและเท่าเทียม และเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ให้โอกาส

นายมุนินทร์กล่าวว่า รัฐบาลประชาชนจะทำงานร่วมกับศาลและองค์กรในกระบวนการยุติธรรมเพื่อบูรณาการระบบบริหารจัดการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งส่วนของตำรวจอัยการศาลและราชทัณฑ์ให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะการดำเนินคดีจับผลักดันให้เกิด E-Court สามารถยื่นฟ้องคดี E-Filing และพัฒนา E-Hearing ให้กระบวนการศาลเป็นอิเล็กทรอนิกส์และสามารถเผยแพร่คำพิพากษาได้ คำเบิกความของพยานสามารถบันทึกลงระบบอิเล็กทรอนิกส์ ศาลไม่ต้องบันทึกหรือย่อความอีกต่อไป

รัฐบาลประชาชนจะคืนความเป็นอิสระให้แก่ผู้พิพากษา ให้สอดคล้องกับหลักการในรัฐธรรมนูญและหลักการสากลว่า ผู้พิพากษามีดุลยพินิจอิสระในการทำคำพิพากษา ปราศจากการแทรกแซง รัฐบาลประชาชนจะทำงานร่วมกับศาลและฝ่ายนิติบัญญัติในการแก้กฎหมายให้การโอนสำนวนถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อปิดช่องการแทรกแซงการทำคำพิพากษา

“รัฐบาลประชาชนจะทำงานร่วมกับองค์กรในกระบวนการยุติธรรมเพื่อทำให้ขั้นตอนมีความโปร่งใส โดยเฉพาะราชทัณฑ์ ที่กำลังเผชิญวิกฤตศรัทธาอย่างมาก รัฐบาลจากส่งเสริมให้มีการตรวจสอบระบบของราชทัณฑ์โดยองค์กรหรือบุคคลภายนอกที่เป็นอิสระ สามารถเข้าไปได้โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า และเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะให้มากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตหรือนักโทษที่มีอภิสิทธิ์”

นายมุนินทร์กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลประชาชนจะแก้กฎหมาย ให้อัยการมีบทบาทในการร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวนมากขึ้น สามารถให้คำแนะนำตำรวจในการสอบสวน เพื่อลดโอกาสในการฟ้องปิดปาก อีกทั้งรัฐบาลจะผลักดันให้ต่อไปนี้การออกหมายจับหมายค้นหรือหมายขังต้องได้รับการอนุมัติจากอัยการก่อน เพื่อไม่ให้มีการออกหมายพร่ำเพรื่อเพื่อกลั่นแกล้งกัน

นอกจากนี้ รัฐบาลจะจัดหาบริการทางกฎหมายที่มีคุณภาพโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้กับชาวบ้านทั่วไป ที่มีรายได้น้อย ไม่สามารถจ่ายค่าทนายความได้ ก็มีสิทธิ์ได้รับบริการทางกฎหมายที่มีคุณภาพ และจูงใจให้สำนักงานทนายความร่วมในโครงการนี้โดยแลกกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

“ภายใต้รัฐบาลประชาชน ผู้ต้องขังจะมีสิทธิ์ได้รับการศึกษาอบรมตามความถนัด ผ่านทางระบบออนไลน์ เพื่อให้มีโอกาสพัฒนาความรู้ ฝึกอาชีพ เตรียมพร้อมในการออกไปอยู่ข้างนอก ลดโอกาสในการก่ออาชญากรรมซ้ำ พร้อมจูงใจให้เอกชนเข้ามาร่วมจ้างงานผู้ต้องขังที่พ้นโทษออกไปแล้ว” นายมุนินทร์กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ม.ค. 69)

ข่าวล่าสุด