หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์รับตัวเลขแรงงานสหรัฐไม่ชะลอตัวแรง-จับตางบกลุ่มแบงก์

นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งไซด์เวย์ถึงไซด์เวย์อัพ หลังดัชนีปรับตัวลงแรงสัปดาห์ก่อน นอกจากนี้ Sentiment ต่างประเทศเป็นบวกเล็กน้อย จากการเปิดเผยตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐที่ไม่ได้ชะลอตัวลงแรง หนุนเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง สัปดาห์นี้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการกลุ่มธนาคาร โดยให้กรอบแนวรับ 1,250-1,248 จุด และแนวต้าน 1,265 จุด

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งไซด์เวย์ถึงไซด์เวย์อัพ โดย Sentiment ต่างประเทศเป็นบวกเล็กน้อย หลังการเปิดเผยตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (9 ม.ค.) แม้ตัวเลขการจ้างงานต่ำคาด แต่อัตราว่างงานลดลง สะท้อนว่าตลาดแรงงานไม่ได้ชะลอตัวลงแรง ตลาดจึงให้น้ำหนักเชิงบวก เม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง

อย่างไรก็ตามคาดดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้อาจไม่ได้ปรับขึ้นร้อนแรง แต่เป็นการรีบาวด์จากสัปดาห์ก่อนที่ปรับตัวลงมา ขณะที่สัปดาห์นี้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการหุ้นกลุ่มธนาคาร โดย TISCO จะเปิดเผยวันที่ 14 ม.ค. นอกจากนี้สัปดาห์หน้าบรรยากาศการเลือกตั้งจะคึกคักมากขึ้น คาดอาจเห็นการเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เนื่องจากเริ่มเห็นความชัดเจนของคะแนนนิยม และโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลต่าง ๆ

โดยให้กรอบแนวรับ 1,250-1,248 จุด และแนวต้าน 1,265 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (9 ม.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,504.07 จุด เพิ่มขึ้น 237.96 จุด หรือ +0.48%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,966.28 จุด เพิ่มขึ้น 44.82 จุด หรือ +0.65% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,671.35 จุด เพิ่มขึ้น 191.33 จุด หรือ +0.81%
  • ตลาดหุ้นเอเชียภาคเช้าเปิดบวก ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,134.89 จุด เพิ่มขึ้น 14.46 จุด หรือ +0.35% และดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,376.84 จุด เพิ่มขึ้น 145.05 จุด หรือ +0.55% ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันบรรลุนิติภาวะ (Coming of Age Day)
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (9 ม.ค.) 1,254.09 จุด เพิ่มขึ้น 0.49 จุด (+0.04%) มูลค่าซื้อขาย 32,668.65 ล้านบาท
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (9 ม.ค.) 1,677.35 ล้านบาท
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. (9 ม.ค.)พุ่งขึ้น 1.36 ดอลลาร์ หรือ 2.35% ปิดที่ 59.12 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (9 ม.ค.) อยู่ที่ 5.03 เหรียญ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 31.32 แนวโน้มแกว่ง Sideways จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ-คำตัดสินภาษีทรัมป์
  • “นักเศรษฐศาสตร์” ชี้เศรษฐกิจไทย ปี 69 เป็นปีแห่งความ “เสี่ยงซ้อนเสี่ยง” หลังเผชิญ แรงกดดันเพิ่มจาก “ภูมิรัฐศาสตร์โลก” ปะทุ ผนวก “กำลังซื้อ” ในประเทศที่อ่อนแรง และความไม่แน่นอนที่ฉุด “การลงทุน” และ “การส่งออก” ท่ามกลางอัตราการเติบโต “จีดีพี” ที่มีแนวโน้มต่ำเพียงราว 1.6%
  • นายกฯอนุทินเร่งดัน “ดาต้าบูโร” คลังผนึกกำลังแบงก์ชาติ-ปปง.-ก.ล.ต.-สมาคมธนาคารไทย ยกระดับเชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมไล่บี้เส้นเงินเทา-สกัดฟอกเงินทุกรูปแบบ อุดช่องโหว่ “ทองคำออนไลน์-สินทรัพย์ดิจิทัล” ธปท.ถก 14 แพลตฟอร์มทอง ลดผลกระทบค่าเงินให้ซื้อขายเป็นเงิน “ดอลลาร์” ผู้ค้าทองโอดผลกระทบหลายมาตรการ เจรจาเลื่อนเก็บภาษีทองไป 6 เดือน
  • “ศุภจี” เตรียม 2 แนวทางรับมือผลกระทบศาลฎีกาสหรัฐ พิพากษาคดีภาษีทรัมป์ 14 ม.ค.นี้ ชี้เดินหน้าเจรจาต่อ แต่ถ้าภาษีทรัมป์ ขัดกฎหมายจะขอคืนภาษีที่เสียตั้งแต่ ส.ค.68 ชี้เจรจา ยังเดินหน้าต่อ แต่การลงนามต้องรอรัฐบาลใหม่
  • ส่องพอร์ตลงทุนหุ้นไทยประกันสังคมปี 2568 มูลค่าลดลง 6.18% เหลือ 2.18 แสนล้านบาท จากตลาดผันผวน กูรูชี้เงินนำส่งเพิ่มช่วยหนุนลงทุนระยะยาว แม้หุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดัน
  • เอกชนย้ำปรับเพดานจ่ายเงินสมทบประกันสังคมแบบใหม่ต้องชัดเจน แรงงานต้องได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม ไม่ใช่ผลักภาระให้ลูกจ้าง – นายจ้างต้องควักเงินเพิ่มท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว “สภาผู้บริโภค” จี้ปฏิรูปประกันสังคม ค้านเพิ่มเงินสมทบจ่ายค่าหมอ-คลอดบุตร หนุนดันบำนาญแตะ 9,000 บาท ขณะที่ปี 67 รัฐค้างส่งเงินสมทบกว่า 6 หมื่นล้านบาท
  • ‘แบงก์ชาติ’ กางแผนการออกพันธบัตรปี 2569 เพื่อให้ผู้ร่วมตลาดสามารถวาง แผนบริหารจัดการสภาพคล่องได้ดียิ่งขึ้น แจงพิจารณาจากสภาพคล่องในตลาดเงิน แนวโน้มความต้องการ และแผนการออกพันธบัตร ภาครัฐในภาพรวม พร้อมหารือคลังกำหนดแนวทางการออกพันธบัตรรัฐบาล-ธปท. และตั๋วเงินคลัง ให้อยู่ในระดับเหมาะสม
  • กพท.คาดอุตสาหกรรมการบินปี 69 ขาขึ้น สถิติเดินทางเข้า-ออกไทยปี 68 กว่า 145 ล้านคน มีเที่ยวบินให้บริการเข้า-ออกกว่า 9 แสนเที่ยวบิน เร่งขยายฝูงบินรับดีมานด์พุ่ง มั่นใจว่าปีนี้ทะลุ 161 ล้านคน
  • สนค. ได้วิเคราะห์แนวโน้มส่งออกสินค้าไทยปี 69 พบว่าการส่งออกไทยในปีนี้เผชิญแรงกดดันหลายด้านทั้งความต้องการซื้อของคู่ค้าชะลอลง หนี้ครัวเรือนสูงกดดันการใช้จ่าย และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลให้มาตรการกีดกันทางการค้ายังคงมีอยู่ โดยเฉพาะการขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่จะเห็นผลกระทบชัดเจน และผลักดันให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีโอกาสในการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานโดยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อเลี่ยงปัญหาภาษี ซึ่งมีเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

หุ้นเด่นวันนี้

  • OSP “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 21 บาท เราคาดกำไรปกติไตรมาส 4/68 ที่ 806 ลบ. +15% q-q, 31% y-y ปัจจัยหนุนมาจากรายได้ที่เติบโต q-q ทั้งในไทยและเมียนมา รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้นทั้ง q-q และ y-y จาก product mix ที่ดีขึ้น จบปี 2568 คาดกำไรปกติที่ 3.5 พันลบ. +15% y-y เราคาดกำไรปกติปี 2569 ที่ 3.7 พันลบ. +5% y-y ด้าน Valuation มีความโดดเด่น ปัจจุบันซื้อขายที่ 2026PER เพียง 13.5 เท่าและคาดให้ Dividend Yield กว่า 6% ต่อปี
  • CPF (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 24.40 บาท มองเชิงบวกต่อแนวโน้มของราคาสุกรในประเทศอาจปรับตัวขึ้นจากอุปสงค์ปศุสัตว์ในประเทศจะเร่งตัวขึ้นในช่วงก่อนตรุษจีน ขณะที่ต้นทุนอย่างกากถั่วเหลืองไตรมาส 4/68 ยังต่ำ ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้าแต่ลดลง 22.5% YoY ที่หนุน GPM ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้าตามราคาหมู ขณะที่ราคาสุกรเฉลี่ยในจีนพุ่ง 8.8% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็น 12.48 หยวน/กก. เนื่องจากการระบาดของโรคเพิ่มขึ้นในฟาร์มสุกรช่วงฤดูหนาวเริ่มต้นทำให้เชือดสุกรเร็วขึ้น ส่งผลให้แรงกดดันด้านอุปทานลดลงเป็นบวกต่อธุรกิจในต่างประเทศของ CPF นอกจากนี้ราคา CPF รับอานิสงค์เชิงบวกจากตรุษจีน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ม.ค. 69)