เงินบาทเปิด 31.32 แนวโน้มแกว่ง Sideways จับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ-คำตัดสินภาษีทรัมป์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.32 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากปิดสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 31.46 บาท/ดอลลาร์

โดยตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทผันผวน ไร้ทิศทางที่ชัดเจน ก่อนที่จะทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ เงินบาทยัง ได้แรงหนุนเพิ่มเติม ตามการปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ของราคาทองคำ รับข่าวความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงขึ้น จาก ความกังวลว่าสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรอย่างอิสราเอล อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังเหตุการประท้วง และจราจลในกรุง เตหะราน ทวีความรุนแรงมากขึ้น

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท อาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในกรอบ Sideways เพราะแม้เงินดอลลาร์จะทยอยแข็ง ค่าขึ้น และยังมีโมเมนตัมการปรับตัวขึ้นอยู่ แต่เงินบาทยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ

โดยเฉพาะในจังหวะที่ตลาดมี ความกังวลต่อประเด็นปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ โดยสัปดาห์นี้ ตลาดติดตามการรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนธ.ค.ของสหรัฐ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่ ตลาดจะใช้ประกอบการประเมิน อัตราเงินเฟ้อ PCE ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ติดตามใกล้ชิด

รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด อาจส่งผลกระทบต่อการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนิน นโยบายการเงินของเฟด รวมทั้งติดตามการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ โดยศาลสูงสุด (Supreme Court) ซึ่งอาจมีคำ ตัดสินในวันที่ 14 ม.ค.นี้

นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 31.15-31.30 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 157.87 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 157.69 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1643 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 1.1643 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 31.439 บาท/ดอลลาร์
  • “นักเศรษฐศาสตร์” ชี้เศรษฐกิจไทย ปี 69 เป็นปีแห่งความ “เสี่ยงซ้อนเสี่ยง” หลังเผชิญ แรงกดดันเพิ่มจาก “ภูมิรัฐ ศาสตร์โลก” ปะทุ ผนวก “กำลังซื้อ” ในประเทศที่อ่อนแรง และความไม่แน่นอนที่ฉุด “การลงทุน” และ “การส่งออก” ท่ามกลางอัตรา การเติบโต “จีดีพี” ที่มีแนวโน้มต่ำเพียงราว 1.6%
  • ‘แบงก์ชาติ’ กางแผนการออกพันธบัตรปี 2569 เพื่อให้ผู้ร่วมตลาดสามารถวาง แผนบริหารจัดการสภาพคล่องได้ดียิ่งขึ้น แจงพิจารณาจากสภาพคล่องในตลาดเงิน แนวโน้มความต้องการ และแผนการออกพันธบัตร ภาครัฐในภาพรวม พร้อมหารือคลังกำหนดแนว ทางการออกพันธบัตรรัฐบาล-ธปท. และตั๋วเงินคลัง ให้อยู่ในระดับเหมาะสม 
  • ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ทิศทางการท่องเที่ยวปี 2569 จะขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย ภายใต้แนวคิด “Thailand Tourism Next” มุ่งยกระดับสู่คุณภาพและความยั่งยืนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพและ ความยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายรายได้รวม 3 ล้านล้านบาท หลังจากในปี 2568 ที่ผ่านมา ปิดยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ 32.97 ล้านคน ต่ำกว่าที่ตั้งเป้าไว้ 39 ล้านคน จากปัจจัยลบเรื่องแก๊งสแกมเมอร์ ปัญหาการสู้รบไทย-กัมพูชา โดยมีรายได้รวมกับคนไทยเที่ยวในประเทศ แล้วได้สร้างเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 2.7 ล้านล้านบาท 
  • “ศุภจี” เตรียม 2 แนวทางรับมือผลกระทบศาลฎีกาสหรัฐ พิพากษาคดีภาษีทรัมป์ 14 ม.ค.นี้ ชี้เดินหน้าเจรจาต่อ แต่ถ้า ภาษีทรัมป์ ขัดกฎหมายจะขอคืนภาษีที่เสียตั้งแต่ ส.ค.68 ชี้เจรจา ยังเดินหน้าต่อ แต่การลงนามต้องรอรัฐบาลใหม่ 
  • ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้วิเคราะห์แนวโน้มส่งออกสินค้าไทย ปี 69 พบว่าการส่งออกไทยในปีนี้เผชิญแรงกดดันหลายด้านทั้งความต้องการซื้อของคู่ค้าชะลอลง หนี้ครัวเรือนสูงกดดันการใช้จ่าย และความ ขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลให้มาตรการกีดกันทางการค้ายังคงมีอยู่ โดยเฉพาะการขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่จะเห็นผลกระทบชัดเจน และผลักดันให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีโอกาสในการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานโดยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อ เลี่ยงปัญหาภาษี ซึ่งมีเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง 
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 66,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 4.4% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ คาดการณ์ที่ระดับ 4.5% 
  • บรรดานักลงทุนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ แทบล้มเลิกความคาดหวังทั้งหมดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตรา ดอกเบี้ยในการประชุมช่วงปลายเดือนม.ค.นี้ หลังข้อมูลระบุว่า อัตราว่างงานของสหรัฐฯ ในเดือนธ.ค. ลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ ซึ่ง ส่งสัญญาณว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง 
  • ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นขั้นต้นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.0 ในเดือนม.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 53.5 จากระดับ 52.9 ในเดือนธ.ค.2568
  • ศาลฎีกาสหรัฐฯ ระบุว่า จะไม่ออกคำตัดสินในวันศุกร์เกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีในวงกว้างของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ทำให้นักลงทุนจำนวนมากยังคงรอความชัดเจนต่อไป นักลงทุนคาดว่า ความผันผวนในตลาดการ เงินจะเพิ่มสูงขึ้น หากศาลมีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีดังกล่าว 
  • ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานสัปดาห์นี้ ได้แก่ รายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนราย สัปดาห์, ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค., ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค., ยอดค้าปลีกเดือนพ.ย., ดุลบัญชีเดินสะพัดไตร มาส 3/2568, รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานราย สัปดาห์, ดัชนีภาคการผลิตเดือนม.ค. เป็นต้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ม.ค. 69)