
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (13 ม.ค.) คณะอัยการเกาหลีใต้ได้ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอลงโทษประหารชีวิตอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ในข้อหาเป็นผู้นำการก่อกบฏ จากการประกาศใช้กฎอัยการศึกในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เมื่อเดือนธ.ค. 2567
ยุน ซอกยอล ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาเป็น “แกนนำ” ในความพยายามล้มล้างระบอบการปกครองตามรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าการประกาศดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบว่าประเทศกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต และการบริหารราชการแผ่นดินต้องหยุดชะงักจากการแทรกแซงของพรรคประชาธิปไตย (Democratic Party) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักในขณะนั้น
ในการพิจารณาคดีนัดสุดท้าย ณ ศาลเขตโซลกลาง คณะอัยการพิเศษที่สอบสวนกรณีของยุน ซอกยอล ได้แถลงต่อศาลเพื่อขอให้ลงโทษประหารชีวิต โดยระบุว่า “จำเลยไม่ได้แสดงความสำนึกผิดแม้แต่น้อย” แม้จะได้ทำลายคุณค่าทางรัฐธรรมนูญอย่างระบอบประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม ตลอดจนละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งรวมถึงเสรีภาพด้วย
ในแถลงการณ์ปิดคดี ยุน ซอกยอล ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง โดยยืนยันว่าการประกาศกฎอัยการศึกนั้นอยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของประธานาธิบดีอย่างชัดเจน เขาอ้างว่าจำเป็นต้องดำเนินการดังกล่าวเนื่องจากฝ่ายค้านทำให้รัฐบาลไม่สามารถทำงานได้ ทั้งการขัดขวางร่างกฎหมายและการเดินหน้าถอดถอนเจ้าหน้าที่รัฐอย่างต่อเนื่อง
“กฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ไม่ใช่การใช้อำนาจเผด็จการทางปกครองเหมือนในยุคอำนาจนิยมในอดีต แต่เป็นมาตรการเพื่อปกป้องประเทศและฟื้นฟูระเบียบของรัฐธรรมนูญ” ยุน ซอกยอล กล่าว
ศาลเสร็จสิ้นการพิจารณาคดีในช่วงกลางดึกเข้าสู่วันพุธ (14 ม.ค.) หลังจากใช้เวลาดำเนินการนานกว่าครึ่งวัน และระบุว่าจะมีคำพิพากษาในวันที่ 19 ก.พ. นี้
ทั้งนี้ ตามกฎหมายเกาหลีใต้ บทลงโทษสำหรับผู้นำการก่อกบฏคือการประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่ใช้แรงงาน อย่างไรก็ตาม องค์การนิรโทษกรรมสากลยังคงจัดให้เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ “ยกเลิกโทษประหารชีวิตในทางปฏิบัติ” เนื่องจากไม่มีการบังคับใช้โทษนี้จริงมาตั้งแต่เดือนธ.ค. 2540
การพิจารณาคดีของยุน ซอกยอล ถือเป็นคดีที่ร้ายแรงที่สุดในบรรดาคดีความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งยุน ซอกยอล ตัดสินใจประกาศใช้ทั้งที่ประเทศไม่ได้อยู่ในภาวะสงครามหรือเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติที่เทียบเท่ากัน
นอกจากนี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อัยการยังได้เสนอโทษจำคุกตลอดชีวิตสำหรับคิม ยงฮย็อน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเสนอโทษจำคุก 20 ปีสำหรับโช จีโฮ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฐานปฏิบัติตามคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายของยุน ซอกยอล
ด้านทำเนียบประธานาธิบดีของอี แจ-มย็อง ผู้นำคนปัจจุบัน แสดงความเห็นต่อการเสนอโทษของอัยการว่า คาดหวังให้ฝ่ายตุลาการตัดสินไปตามตัวบทกฎหมาย หลักการ และความคาดหวังของสาธารณชน
สำหรับคณะอัยการพิเศษชุดนี้ได้รับการแต่งตั้งขึ้นหลังจากอี แจ-มย็อง จากพรรคประชาธิปไตย ชนะการเลือกตั้งและก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากยุน ซอกยอล เมื่อเดือนมิ.ย. ปีที่แล้ว
ประวัติศาสตร์การเมืองเกาหลีใต้เคยมีอดีตผู้นำเผชิญโทษหนักมาแล้วหลายราย โดยในปี 2539 ช็อน ดู-ฮวัน และโน แท-อู เคยถูกตัดสินประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิตตามลำดับ จากบทบาทในการก่อรัฐประหารปี 2522 และการสังหารหมู่ผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ทว่าภายหลังทั้งคู่ได้รับอภัยโทษและปล่อยตัวในปี 2540 ภายใต้นโยบายสร้างความปรองดองในชาติ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ม.ค. 69)





