
โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในภาคพลังงานวันนี้ (15 ม.ค.) เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาระบบไฟฟ้าและระบบทำความร้อนที่หยุดชะงัก อันเป็นผลมาจากการที่รัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) เซเลนสกีโพสต์เป็นภาษาอังกฤษบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า “ผลกระทบจากการโจมตีของรัสเซียและสภาพอากาศที่เลวร้ายลงนั้นรุนแรงอย่างยิ่ง” และเสริมว่า “โดยภาพรวม จะมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในภาคพลังงานของยูเครน…มีหลายประเด็นที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน”
ต่อมาในคืนวันเดียวกัน เซเลนสกีแถลงผ่านวิดีโอว่า การรับมือกับผลกระทบหลังถูกโจมตียังไม่เพียงพอ และการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะช่วยให้ทางการมีทางเลือกและความยืดหยุ่นมากขึ้นในการแก้ไขปัญหา
เขาเรียกร้องให้มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงเพิ่มเติมสำหรับให้ประชาชนหลบหนีความหนาวเย็นและชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมระบุว่าอาจยกเลิกเคอร์ฟิวในช่วงเวลากลางคืนในพื้นที่ที่สถานการณ์เอื้ออำนวย
เซเลนสกีวิจารณ์ว่า กรุงเคียฟมีการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์หลังถูกโจมตีน้อยกว่าเมืองสำคัญอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมืองคาร์คิฟ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของยูเครน
อย่างไรก็ตาม วิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ได้ออกมาปฏิเสธคำวิจารณ์ดังกล่าว โดยโพสต์ข้อความบนเทเลแกรมว่า ระบบทำความร้อนในอาคารอพาร์ตเมนต์ที่ได้รับผลกระทบกลับมาใช้งานได้แล้วเกือบทั้งหมด เหลือเพียงราว 400 แห่ง จากทั้งหมด 6,000 แห่ง ขณะที่ศูนย์ช่วยเหลือต่าง ๆ ก็เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งโต้กลับว่า คำพูดดังกล่าวเป็นการบั่นทอนกำลังใจของเจ้าหน้าที่หลายพันคนที่กำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการต่อสู้เพื่อประเทศชาติ แม้ไม่มีอาวุธอยู่ในมือก็ตาม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินกำลังเร่งทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อฟื้นฟูระบบไฟฟ้าและระบบทำความร้อนที่ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะในกรุงเคียฟ หลังการโจมตีของรัสเซียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่อุณหภูมิในช่วงกลางคืนดิ่งลงเกือบแตะ -20 องศาเซลเซียส
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ม.ค. 69)





