
ธนาคารกลางอินโดนีเซียกลายเป็นธนาคารกลางรายล่าสุดและรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เข้าร่วมกับบรรดาธนาคารกลางทั่วโลกในการประกาศสนับสนุนเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ในประเด็นการใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของเฟด ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ส่งผลให้ผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนพาวเวล ท่ามกลางความกังวลที่ว่ารัฐบาลทรัมป์อาจเข้าแทรกแซงนโยบายการเงินของเฟด
ชื่อของเพอร์รี วาร์จิโย ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย ได้ถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อผู้ลงนามในแถลงการณ์สนับสนุนพาวเวลผ่านทางออนไลน์ในวันนี้ (15 ม.ค.) หลังจากบรรดาผู้ว่าการธนาคารกลาง ซึ่งรวมถึงธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ได้แสดงการสนับสนุนพาวเวลไปเมื่อต้นสัปดาห์นี้ หลังจากพาวเวลเปิดเผยว่า รัฐบาลทรัมป์ได้ทำการคุกคามเฟดด้วยการเปิดการสอบสวนทางอาญาต่อเขา
เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกออกแถลงการณ์ร่วมกัน เพื่อแสดงการสนับสนุนพาวเวล โดยใจความตอนหนึ่งของแถลงการณ์ระบุว่า “พวกเราขอยืนหยัดแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างเต็มที่กับเฟด และคุณเจอโรม เอช. พาวเวล ประธานเฟด ความเป็นอิสระของธนาคารกลางคือรากฐานสำคัญของเสถียรภาพด้านราคา การเงิน และเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ของประชาชนที่เรารับใช้ ดังนั้น การธำรงรักษาความเป็นอิสระดังกล่าวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยการเคารพหลักนิติธรรมและความรับผิดชอบต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่’
“คุณพาวเวลได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ยึดมั่นในภารกิจ และมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ต่อประโยชน์สาธารณะ สำหรับพวกเรา ท่านเป็นเพื่อนร่วมงานที่ได้รับความเคารพอย่างสูง และเป็นที่ยกย่องอย่างยิ่งจากทุกคนที่เคยร่วมงานกับท่าน” แถลงการณ์ระบุ
อย่างไรก็ดี การออกมาแสดงการสนับสนุนพาวเวลอย่างเปิดเผยนั้น กลายเป็นประเด็นทางการเมืองสำหรับธนาคารกลางบางแห่ง โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของนิวซีแลนด์ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้ว่าการธนาคารกลางนิวซีแลนด์ที่ร่วมลงนามในแถลงการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าธนาคารกลางไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองภายในของสหรัฐฯ
สำหรับอินโดนีเซีย ธนาคารกลางเองก็เผชิญกับแรงกดดันเกี่ยวกับความเป็นอิสระของสถาบันเช่นกัน โดยในช่วงปลายปี 2567 หน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันของอินโดนีเซียได้บุกตรวจค้นธนาคารกลาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนโครงการรับผิดชอบต่อสังคมองค์กร ซึ่งคดีดังกล่าวยังคงดำเนินอยู่ และทำให้ธนาคารกลางอินโดนีเซียถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั้งสาธารณชนและฝ่ายการเมือง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ม.ค. 69)





