SYNEX ปักธงปี 69 กวาด 5.3 หมื่นลบ.เปิด “Tech Showcase” สุดล้ำพลิกโฉมสู่ผู้นำนิเวศดิจิทัลเต็มรูปแบบ

นางสาวสุธิดา มงคลสุธีประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) [SYNEX] กล่าวว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ 53,000 ล้านบาท โดยปีนี้ SYNEX กำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีไทย เปิดตัว “Synnex Technology Showcase” พื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย เปิดมุมมองใหม่ของโลกเทคโนโลยีทั้งปัจจุบันและอนาคต ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และโซลูชันจากพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก ครอบคลุมตั้งแต่ Smart Device, Consumer Tech, Gaming & Creator Economy ไปจนถึง Cloud, Data Center และ AI Infrastructure

งานดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ SYNEX ในการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเชื่อมต่อเทคโนโลยีระดับโลกสู่การใช้งานจริงในทุกเซกเมนต์ พร้อมมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ “ง่ายขึ้น และดียิ่งขึ้น” ด้วยเทคโนโลยี ตลอดจนสะท้อนศักยภาพการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

ไฮไลท์ภายในงาน มี 5 โซนหลัก ประกอบด้วย โซน The Living Future บ้านอัจฉริยะที่เทคโนโลยีทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว และโซลูชันพลังงาน Solar & ESS เพื่อคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โซน Synnex Smart Town เมืองอัจฉริยะที่ใช้ AI วิเคราะห์ความปลอดภัย การจราจร และ Smart Parking เพื่อการบริหารจัดการบนข้อมูลจริง โซน Future Workplace ที่ทำงานอัจฉริยะรองรับ Hybrid Work ด้วย Data Center ที่พร้อมสำหรับ AI, Cybersecurity และ Collaboration Solution โซน Smart Learning Hub ห้องเรียนอัจฉริยะที่เชื่อมการเรียนออนไลน์-ออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ และโซน Smart Wellness for Better Life โซลูชัน Smart Wellness ที่ผสาน AI, Medical IoT และ Telemedicine เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับระบบสาธารณสุข

นอกจากนี้ SYNEX ยังเปิดตัวคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ (Smart Warehouse) เพื่อยกระดับการบริหารจัดการสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม รองรับการจัดการสินค้ากว่า 12.8 ล้านชิ้นต่อปี บนพื้นที่รวมประมาณ 9,000 ตารางเมตร คลังสินค้าแห่งนี้ได้รับการออกแบบกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติผสานการทำงานร่วมกับบุคลากรอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นย และความปลอดภัย ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ตั้งแต่การรับสินค้า การจัดเก็บ การเตรียมสินค้า ไปจนถึงการจัดส่งถึงปลายทาง รองรับยอดขายต่อเดือนเพิ่มขึ้น 62%

จุดเด่นสำคัญคือการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้จริง ไม่ว่าจะเป็น ระบบจัดเก็บและเบิกสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) และหุ่นยนต์หยิบสินค้าอัจฉริยะ HaiPick ซึ่งสามารถรองรับการทำงานได้สูงสุดถึง 10,000 ชิ้นต่อชั่วโมง พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time กับระบบ ERP สะท้อนศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการ เติบโตของธุรกิจในระยะยาวอย่างมั่นคงและยั่งยืน

พร้อมกันนี้ SYNEX ได้เปิดเผยทิศทางการเติบโตในปี 2569 โดยเดินหน้ายกระดับบทบาทองค์กรภายใต้ แนวคิด “Empowering the Future Together” พร้อมวางกลยุทธ์เชิงรุกรับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทยในยุค AI ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นแกนหลักของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้เกิดคลื่นการลงทุนและการอัปเกรดเทคโนโลยีในทุกระดับ ทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก

สำหรับปัจจัยหนุนการเติบโตในปี 2569 SYNEX มองว่าคลื่นการอัปเกรดอุปกรณ์จากการมาของ AI PC และ AI Smartphone การเติบโตของ Cloud, Data Center และ Wearables ตลอดจนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของภาครัฐ และการไหลเข้าของเงินลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยขยายขนาดตลาดไอทีโดยรวม และยกระดับการเติบโตจากเชิงปริมาณสู่ การเติบโตเชิงมูลค่า จากการใช้โซลูชันที่ซับซ้อนและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น

ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนโอกาสการเติบโตของ SYNEX ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเพิ่มยอดขายอุปกรณ์ แต่ขยายไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มจากโซลูชันและบริการเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การลงทุนในยุค AI อย่างครบวงจร

“ปี 2569 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากการยกระดับสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบทั้งในฝั่งผู้บริโภคและองค์กร ซินเน็คภายใต้แนวคิด Empowering the Future Together พร้อมยกระดับบทบาทในการเป็ น Technology Empowerment Partner ของลูกค้าและพันธมิตรให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ด้วยพอร์ตสินค้า และโซลูชันที่ครอบคลุมเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”นางสาวสุธิดา กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ม.ค. 69)