
ราคาทองแดงในตลาดโลหะลอนดอน (LME) ปรับตัวลง 0.4% แตะที่ระดับ 12,919 ดอลลาร์ต่อตัน เมื่อเวลา 11.22 น. ตามเวลาเซี่ยงไฮ้ในวันนี้ (20 ม.ค.) โดยราคาชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13,407 ดอลลาร์ต่อตันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางความวิตกกังวลว่า ราคาทองแดงที่พุ่งขึ้นร้อนแรงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้ทองแดงในจีน
ส่วนราคาอะลูมิเนียมลดลง 0.7% แตะที่ 3,136 ดอลลาร์ต่อตัน และราคานิกเกิลร่วง 1.3% แตะ 17,895 ดอลลาร์ต่อตันในช่วงเช้าวันนี้
ราคาทองแดงปรับตัวลง หลังจากมีรายงานว่าความต้องการจากโรงงานแปรรูปในจีนชะลอตัวลงหลังจากราคาทองแดงพุ่งสูงขึ้น โดยค่าพรีเมียมยางซาน (Yangshan premium) สำหรับการนำเข้า ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการใช้ทองแดง ปรับลดครึ่งหนึ่งในเดือนธ.ค. แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางปี 2567
นักวิเคราะห์จากบริษัทกั๋วหยวน ฟิวเจอร์ส (Guoyuan Futures) ระบุว่า การพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงของราคาทองแดงเป็นปัจจัยฉุดอุปสงค์ในจีนให้อ่อนแอลง เนื่องจากการปรตับตัวขึ้นของราคากำลังบั่นทอนอัตรากำไรของกลุ่มบริษัทแปรรูป ซึ่งเดิมอัตรากำไรก็อยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว
ในปี 2568 ที่ผ่านมา ราคาทองแดงพุ่งขึ้นกว่า 40% และยังปรับขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ เนื่องจากนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานช่วยหนุนแนวโน้มความต้องการใช้ทองแดง นอกจากนี้ ภาวะอุปทานชะงักงานที่เกิดขึ้นในเหมืองหลายแห่ง และความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจเรียกเก็บภาษีนำเข้าโลหะทองแดง ยังส่งผลให้อุปทานในตลาดในลอนดอนตึงตัวมากขึ้นด้วย
แต่ราคาทองแดงเริ่มอ่อนตัวลง หลังจากมีรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้ออกมาตรการควบคุมการซื้อขายแบบ High-Frequency Trading (HFT) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดความเสี่ยงในตลาดทุน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ม.ค. 69)





