Citigroup ปรับลดคำแนะนำการลงทุนหุ้นยุโรป กังวลข้อพิพาทสหรัฐฯ กรณีกรีนแลนด์

ซิตี้กรุ๊ป อิงค์ (Citigroup Inc.) ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี โดยระบุถึงความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลงระหว่างยุโรปและสหรัฐอเมริกา อันเนื่องมาจากความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเข้ายึดครองกรีนแลนด์

ปธน.ทรัมป์ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) ว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ สำหรับสินค้าจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ เพื่อกดดันในประเด็นกรีนแลนด์ โดยระบุว่าอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป หากยังไม่มีข้อตกลงให้สหรัฐฯ เข้าซื้อดินแดนดังกล่าว

ทีมนักกลยุทธ์ของซิตี้กรุ๊ประบุในรายงานล่าสุดที่มีการเผยแพร่ในวันจันทร์ (19 ม.ค.) ว่า ความตึงเครียดล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป รวมทั้งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นด้านการลงทุนในระยะสั้นในตลาดหุ้นยุโรป และส่งผลกระทบต่อแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นยุโรป

ทั้งนี้ นักกลยุทธ์ของซิตี้กรุ๊ปได้ปรับลดคำแนะการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรป ไม่รวมสหราชอาณาจักร ลงสู่ระดับ “Neutral” (เป็นกลาง) ในการจัดสรรพอร์ตการลงทุนทั่วโลก เนื่องจากแนวโน้มความน่าลงทุนในระยะสั้นที่อ่อนแอลง

ตลาดหุ้นยุโรปซึ่งทำผลงานได้ดีกว่าหุ้นสหรัฐฯ ในปี 2568 ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงในวันจันทร์ หลังจากปธน.ทรัมป์ขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรป หากไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ เข้าซื้อกรีนแลนด์ ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้ที่อาจรวมถึงการเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 1.08 แสนล้านดอลลาร์ และมาตรการตอบโต้อื่น ๆ

ก่อนหน้านี้ นักกลยุทธ์ของซิตี้กรุ๊ปเป็นหนึ่งในนักยุทธศาสตร์กลุ่มแรก ๆ ของวอลล์สตรีทที่ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปเป็น “Overweight” (เพิ่มน้ำหนักการลงทุน) เมื่อเดือนตุลาคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงหลีกเลี่ยงการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรป ส่งผลให้ดัชนี Stoxx Europe 600 พุ่งขึ้นถึง 17% นับตั้งแต่นั้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ม.ค. 69)