น้ำมัน WTI ปิดบวก 90 เซนต์ รับข่าวซัพพลายสะดุดในคาซัคสถาน-IMF เพิ่มคาดการณ์ศก.โลก

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกกว่า 1% ในวันอังคาร (20 ม.ค.) หลังจากมีรายงานว่าแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ในคาซัคสถานได้ระงับการผลิตชั่วคราว นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนหลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยหนุนความต้องการใช้เชื้อเพลิงให้แข็งแกร่งขึ้นด้วย

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 90 เซนต์ หรือ 1.51% ปิดที่ 60.34 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 98 เซนต์ หรือ 1.53% ปิดที่ 64.92 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

เทนกิซเชฟรอย (Tengizchevroil) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนด้านพลังงานในคาซัคสถานที่นำโดยเชฟรอน (Chevron) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า บริษัทได้ระงับการผลิตที่แหล่งน้ำมันเทนกิซ (Tengiz) และคาโรเลฟ (Korolev) เป็นการชั่วคราว หลังจากเกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า

รายงานระบุว่า แหล่งน้ำมันเทนกิซ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของโลก อาจต้องหยุดการผลิตต่อไปอีก 7 ถึง 10 วัน ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่อส่งแคสเปียน ไปป์ไลน์ คอนซอร์เทียม (Caspian Pipeline Consortium) ปรับตัวลดลงด้วย

ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากการที่ IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ขึ้นมาอยู่ที่ 3.3% จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 3.1% รวมทั้งรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนที่ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ตลอดปี 2568 ของจีนขยายตัว 5% ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาล แม้จีนเผชิญกับข้อพิพาทการค้ากับสหรัฐฯ ก็ตาม

นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังช่วยทำให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ๆ โดยดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.41% แตะที่ 98.642

นักลงทุนจับตาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากข้อพิพาทระหว่างสหรัฐอเมริกากับยุโรป หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรป หากไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ เข้าซื้อกรีนแลนด์ โดยปธน.ทรัมป์แสดงความต้องการที่จะเข้ายึดครองเกาะกรีนแลนด์ อ้างถึงประเด็นความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และความไร้ประสิทธิภาพของเดนมาร์กในการขจัดภัยคุกคามจากรัสเซียออกจากกรีนแลนด์

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. พร้อมเตือนว่าจะปรับขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. และจะคงอัตราภาษีนี้ไว้จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงในการซื้อกรีนแลนด์

ด้านสหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าวงเงิน 9.3 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.07 แสนล้านดอลลาร์) หรือจำกัดการเข้าถึงตลาดของบริษัทสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้มาตรการภาษีของปธน.ทรัมป์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ม.ค. 69)