เงินบาทเปิด 31.03 ทิศทางแข็งค่า หลังทองพุ่งไม่หยุด คาดกรอบวันนี้ 30.90-31.15

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ อยู่ที่ระดับ 31.03 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวแข็งค่าจากปิดตลาดเย็นวานนี้ ที่ระดับ 31.08 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทวันนี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวไปทิศทางเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาค และตลาดโลก หลังดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลัก เนื่องจากตลาดกังวลเรื่องปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับเกาะกรีนแลนด์ ทำให้ตลาดลดการถือครองดอลลาร์

นอกจากนี้ เงินบาทยังได้รับปัจจัยกดดันจากการทำธุรกรรมทองคำ หลังสถานการณ์ราคาทองในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทำสถิติสูงสุด

“บาทแข็งค่าตามทิศทางราคาทองในตลาดโลก วันนี้ ต้องรอดูว่าทางการจะปล่อยให้บาทหลุด 30 บาทหรือไม่” นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 30.90 – 31.15 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.17 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 157.69 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1721 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1720 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 31.155 บาท/ดอลลาร์
  • กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ผ่อนคลายเกณฑ์การนำรายได้กลับประเทศ โดยได้ขยายวงเงินรายได้ต่างประเทศของคนไทยและผู้ประกอบการไทย ที่ไม่ต้องนำกลับเข้าประเทศเป็น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง จากเดิมที่กำหนด
    ไว้ไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง ซึ่งมาตรการนี้ จะช่วยลดแรงกดดันด้านแข็งค่าต่อเงินบาท เพราะผู้ประกอบการสามารถนำเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ไปชำระค่าสินค้าหรือเก็บไว้บริหารจัดการต่อได้ โดยไม่ต้องขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และซื้อเงินบาท
  • ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (20 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น จากข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับยุโรป หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรป หากไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ เข้าซื้อกรีนแลนด์
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเหนือระดับ 4,700 ดอลลาร์ในวันอังคาร (20 ม.ค.) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับยุโรป เป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย
  • ทั่วโลกจับตาการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ประจำปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 19-23 ม.ค. ภายใต้หัวข้อ “A Spirit of Dialogue” การประชุม WEF ถือเป็นเวทีที่ผู้เข้าร่วมการประชุมจะหารือกันเกี่ยวกับนโยบายและพัฒนาการที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของโลก
  • ผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐฯ ยังไม่ได้ประกาศคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวานนี้ ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า จอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลฎีกาสหรัฐฯ และผู้พิพากษาคนอื่น ๆ อาจยังคงเลื่อนการประกาศคำวินิจฉัยเกี่ยวกับภาษีทรัมป์ต่อไปจนถึงเดือน มิ.ย.69
  • ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุว่า ความไม่แน่นอนได้กลับมาครอบงำตลาดอีกครั้ง จากคำขู่ขึ้นภาษีนำเข้าล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งกำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป และเพิ่มความยากลำบากต่อการตัดสินใจของภาคธุรกิจ
  • นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการและภาคการผลิตจาก S&P Global และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ม.ค. 69)