เงินบาทเปิด 31.08 แนวโน้มแข็งค่า จับตาประชุม BOJ คาดกรอบวันนี้ 31.00-31.35

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.08 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นมากจากปิดเมื่อวานที่ระดับ 31.37 บาท/ดอลลาร์

โดยตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง หนุนโดยการทยอยอ่อนค่าลงของดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการชะลอตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ

ปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้ คือ ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และจับตาถ้อยแถลงของผู้ว่าฯ BOJ ถึงท่าทีของทาง BOJ ต่อแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า ส่วนในฝั่งสหรัฐฯ ตลาดจะรอลุ้นรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนม.ค. นอกจากนี้ จะติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศยุโรป ในประเด็น Greenland และแนวโน้มการเจรจาเพื่อยุติสงคราม ระหว่างรัสเซีย-ยูเครน

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ Sideways ต่อไป แม้ว่าในช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมากกว่าที่ประเมินไว้ ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทอาจเกิดขึ้นบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนแนวโน้มการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้

“ความผันผวนของตลาดการเงินยังมีอยู่ โดยต้องจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น เนื่องจากตลาดจะรับรู้ทั้งประเด็นการเมืองญี่ปุ่น และผลการประชุม BOJ ในวันนี้” นักบริหารเงินระบุ

นายพูน มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.00-31.35 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.53 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 158.61/63 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1750 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1693/1695 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 31.367 บาท/ดอลลาร์
  • ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย และเข้าซื้อสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์เสี่ยงเช่นยูโรและปอนด์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ มีท่าทีที่อ่อนลงในประเด็นกรีนแลนด์
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์ก ปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 4,900 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้ปัจจัยบวกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
  • นักลงทุนจับตาการตัดสินใจกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันนี้ ขณะที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์ คาดว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0.75%
  • โกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำสิ้นปี 2569 สู่ระดับ 5,400 ดอลลาร์/ออนซ์ จากเดิม 4,900 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยมองว่าความต้องการทองคำจากนักลงทุนภาคเอกชน และธนาคารกลางในประเทศตลาดเกิดใหม่ ยังเป็นแรงหนุนราคาทองคำ
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการ ครั้งที่ 3 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2568 โดยระบุว่า GDP ขยายตัว 4.4% ในไตรมาสดังกล่าว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.3% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของการส่งออก, การใช้จ่ายของภาครัฐ และการลงทุน
  • กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 1,000 ราย สู่ระดับ 200,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 207,000 ราย
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนพ.ย.เมื่อเทียบรายปี ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนพ.ย.เมื่อเทียบรายปี
  • China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้แข็งค่าขึ้น 0.009 หยวน แตะที่ระดับ 6.9929 หยวน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ม.ค. 69)