หุ้นยุโรปปิดลบ ตลาดยังกังวลความเสี่ยงการค้ากับสหรัฐฯ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันศุกร์ (23 ม.ค.) และปรับตัวลงตลอดทั้งสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการซื้อขาย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงด้านการค้าระหว่างยุโรปกับสหรัฐฯ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะผ่อนคลายท่าทีลงจากการขู่ใช้มาตรการภาษีศุลกากรก็ตาม

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 608.34 จุด ลดลง 0.52 จุด หรือ -0.09%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,143.05 จุด ลดลง 5.84 จุด หรือ -0.07%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,900.71 จุด เพิ่มขึ้น 44.24 จุด หรือ +0.18% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,143.44 จุด ลดลง 6.61 จุด หรือ -0.07%

ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลง 1.1% และยุติการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 5 สัปดาห์ ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2568 แม้ดัชนีจะมีแรงรีบาวด์ในช่วงกลางสัปดาห์ แต่บรรยากาศการลงทุนโดยรวมยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง

นักวิเคราะห์จาก Morningstar มองว่า ระดับความไม่แน่นอนในปีนี้เพิ่มสูงขึ้น แม้ประเด็นกรีนแลนด์จะดูเหมือนคลี่คลายลงชั่วคราว แต่นักลงทุนยังชะลอการลงทุน เนื่องจากกังวลว่าประเด็นดังกล่าวอาจกลับมาเป็นความเสี่ยงอีกครั้ง

ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวนในสัปดาห์นี้ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยขู่ว่าจะทยอยขึ้นภาษีศุลกากรกับ 8 ประเทศในยุโรป หากสหรัฐฯ ไม่ได้รับอนุญาตให้ซื้อกรีนแลนด์ ก่อนจะถอยจากท่าทีดังกล่าวในเวลาต่อมา โดยระบุว่ามีข้อตกลงกับนาโตแล้ว อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงจับตาความเสี่ยงจากการใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือในการต่อรองทางการเมือง

ตั้งแต่ต้นปี ดัชนี STOXX 600 ทำผลงานได้ดีกว่าดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ สะท้อนแรงสนับสนุนบางส่วนจากปัจจัยพื้นฐานในภูมิภาคยุโรป

ในรายกลุ่มอุตสาหกรรม หุ้นกลุ่มประกันภัยร่วงลง 1.6% มากที่สุดในบรรดากลุ่มอุตสาหกรรม จากแรงขายพันธบัตรยุโรปอายุยาว ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังอยู่ในระดับสูงสะท้อนความกังวลของนักลงทุน โดยหุ้นกลุ่มพลังงานและเหมืองแร่ปรับตัวขึ้นกลุ่มละ 1.5% ช่วยจำกัดการปรับลงของตลาดโดยรวม นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศปรับตัวขึ้น 1.5% หลังจากร่วงลงแรงในวันก่อนหน้า

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ผลสำรวจชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจในยูโรโซนขยายตัวช้ากว่าที่คาดในเดือนม.ค. จากการชะลอตัวของภาคบริการซึ่งเป็นภาคหลักของเศรษฐกิจ

สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Ericsson พุ่งขึ้น 10.5% หลังบริษัทอุปกรณ์โทรคมนาคมของสวีเดนรายงานกำไรไตรมาส 4 สูงกว่าคาด และประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน ขณะที่หุ้น Adidas ร่วงลง 5.7% หลัง RBC ปรับลดคำแนะนำการลงทุน ส่วนหุ้น Puma ซึ่งเป็นคู่แข่ง ปรับตัวลงแรงถึง 14.1%

ขณะที่หุ้น BASF ลดลง 1% หลังตัวเลขเบื้องต้นบ่งชี้ว่ากำไรของบริษัทเคมีภัณฑ์รายใหญ่ของเยอรมนีลดลงในปี 2568 จากอัตรากำไรที่อ่อนตัวลงและผลกระทบเชิงลบจากอัตราแลกเปลี่ยน

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ม.ค. 69)