
สกุลเงินริงกิตของมาเลเซียแข็งค่าขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ แตะที่ระดับ 3.9750 ริงกิตต่อดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ (26 ม.ค.) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2561 โดยได้รับแรงหนุนจากมุมมองบวกเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในมาเลเซีย รวมทั้งแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
เศรษฐกิจมาเลเซียมีแนวโน้มที่จะได้รับแรงผลักดันอย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ และจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มแข็งแกร่ง นอกจากนี้ การขยายตัวอย่างรวดเร็วของธุรกิจศูนย์ข้อมูลยังช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ และดึงดูดเงินลงทุนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์จาก T. Rowe Price ระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อริงกิตมากที่สุดในบรรดาสกุลเงินในตลาดเกิดใหม่ของเอเชีย เนื่องจากมาเลเซียเป็นจุดหมายปลายทางของศูนย์ข้อมูลที่มีทรัพยากรพลังงานเหลือเฟือ และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกำลังเป็นไปด้วยดี
ขณะที่นักยุทธศาสตร์ของ Goldman Sachs กล่าวว่า การส่งออกสินค้าเทคโนโลยี การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการที่ธนาคารกลางมาเลเซียยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในปีนี้ จะช่วยให้เงินริงกิตทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้งในปีนี้
ทั้งนี้ การที่ธนาคารกลางมาเลเซียมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงปี 2570 ประกอบกับการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังคงผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง อาจช่วยลดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และมาเลเซียลง
นอกจากนี้ การที่นักลงทุนต่างชาติกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ของมาเลเซียยังเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนความต้องการสกุลเงินริงกิต โดยนับจนถึงวันศุกร์ที่ 23 ม.ค. กองทุนระดับโลกได้เข้าซื้อหุ้นมาเลเซียสุทธิ 256 ล้านดอลลาร์ ซึ่งช่วยหุนดัชนี FTSE Bursa Malaysia KLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี
นักวิเคราะห์จาก Oversea-Chinese Banking Corp. คาดการณ์ว่า ริงกิตมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 3.9650 ริงกิตต่อดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Gama Asset Management SA คาดว่า ริงกิตจะแข็งค่าแตะระดับ 3.9 ริงกิตต่อดอลลาร์ในไตรมาสนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ม.ค. 69)





