INVX แนะปรับพอร์ตรับแรงหนุนช่วงสั้น SET พุ่ง ชี้เป้า 1,400 จุด แนะสอยหุ้น Laggard-ปันผลสูง

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี SET ปรับขึ้น คาดเป็นจากเงินทุนไหลเข้าจากปัจจัยเรื่อง De-dollarization, Valuation Laggard และคาดหวังมาตรการกระตุ้นหลังเลือกตั้ง ซึ่งยังมองเป็นเพียง “Tactical Inflow” อ้างอิงจากช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่ากระแสเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าเพียงช่วงสั้น 1-2 เดือน โดยหากจะเข้ามายาวนานกว่านั้น ต้องรอดูพัฒนาที่จะสร้างความเชื่อมั่นได้เพิ่มเติม จึงจะเป็นกุญแจสำคัญที่ผลักดันให้ดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นไปเหนือกว่าเป้าหมายปี 69 ที่ประเมินไว้ที่ 1,350-1,400 จุด

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนระยะสั้นจึงแนะนำให้ “หาจังหวะซื้อสะสมในช่วงที่ SET พักตัวสร้างฐานแถว 1,300 จุด” โดยเน้น 2 ธีมหลัก ดังนี้ 1) ธีม Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALL CPN HMPRO SAWAD WHA และ 2) ธีม High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสด โดยคาดจะมีเงินปันผลจ่ายจากกำไรปี 2568 หลังหักเงินปันผลจ่ายระหว่างกาลแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5% แนะนำ AP BAM KBANK TLI

แม้สัปดาห์ก่อน (19-23 ม.ค. 69) ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่จะเผชิญแรงขายหนัก โดยเฉพาะตลาด Developed Market (DM) หลังกังวลความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐและยุโรปจากปมกรีนแลนด์ แต่ตลาด Emerging Markets (EM) ยังปรับขึ้นได้ดี โดยในส่วนของตลาดหุ้นไทยพบว่าสัปดาห์ก่อน SET ปรับขึ้น 3.0%WoW ดีกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลก และตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (23 ม.ค. 69) SET ปรับขึ้น 4.3%YTD สู่ระดับ 1314.39 จุด สามารถกลับมาปิดเหนือระดับ 1,300 จุดได้อีกครั้ง และนับเป็นจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2.5 เดือน ซึ่ง INVX มองเกิดจากการไหลเข้าของ Fund Flow โดยมีปัจจัยหนุนจาก

1) ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายต่างประเทศของ ปธน. ทรัมป์ ทำให้มีเงินทุนไหลออกจากตลาดที่เสี่ยงสูงอย่าง DM มาพักเข้าสู่ตลาดที่เสี่ยงต่ำกว่าอย่างตลาด EM และ SET หรือเกิด De-dollarization

2) SET ยัง Laggard โดยเมื่อพิจารณาปี 2569 SET ซื้อขาย PEG 1.7 เท่า เริ่มถูกกว่าตลาด DM ซื้อขาย PEG 1.9 เท่า และ 3) มีความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้ง และไทยยังมีโอกาสได้กระแสเงินไหลเข้าเพิ่มจากการปรับเกณฑ์คำนวณสัดส่วนถือครองหุ้นของ MSCI ซึ่งตลาดหุ้นอินโดนีเซียซึ่งมี %Free Float ต่ำอาจเผชิญกระแสเงินไหลออก

จากสถิติย้อนหลัง 5 ปี (ปี 64-68) พบว่า Fund Flow ไหลเข้า SET ติดต่อกันตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปมีโอกาสเพียง 30% สะท้อนว่าความต่อเนื่องของ Fund Flow ยังขาดเสถียรภาพ ซึ่งมองเกิดจากปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่ยังไม่เอื้ออำนวยทั้งในด้าน GDP ที่ยังเติบโตอยู่ในระดับต่ำ และโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังก้าวไม่พ้นอุตสาหกรรมแบบเก่า (Old Economy) จึงทำให้ SET ยังขาดความน่าสนใจในสายตานักลงทุนระยะยาว

ดังนั้น INVX จึงมองว่าการไหลเข้าของ Fund Flow ในปัจจุบัน อาจเป็นเพียงการพักเงินในระยะสั้น (Tactical Inflow) เพื่อเป็นหลุมหลบภัยจากความผันผวนของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ รวมทั้งเก็งกำไรจาก Valuation ของ SET ที่ยัง Laggard และความคาดหวังจาก Election Rally ก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้เท่านั้น ดังนั้น นักลงทุนจึงควรระมัดระวังแรงขายหากปัจจัยบวกชั่วคราวเหล่านี้เริ่มหมดความตื่นเต้น ยกเว้นแต่มีปัจจัยบวกใหม่ที่รุนแรงพอที่จะทำให้ Fund Flow ไหลเข้าต่อเนื่อง เช่น ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตลาด EM รุนแรงขึ้น, นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างหลังเลือกตั้งมีความชัดเจน, MSCI เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ม.ค. 69)