
นายณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม [ITEL] เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจในปี 69 ว่า บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) อยู่ที่ระดับ 2,200 ล้านบาท ซึ่งมาจากการเข้ารับงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยคาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้เป็นรายได้ภายในปีนี้ประมาณ 40% และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปีถัดไป
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปีนี้คาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดการณ์รายได้รวมที่ 3,500 ล้านบาท เติบโตราว 10-15% จากหลายปัจจัยหนุนสำคัญ อาทิ การประมูลโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ระยะที่ 3 (USO 3) ของ กสทช. ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญของการเติบโตด้านรายได้และกำไรในปีนี้
ในขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างรอลงนามสัญญางานระบบไมโครเวฟสำหรับกองบัญชาการกองทัพไทย มูลค่า 99 ล้านบาท เพื่อใช้ในระบบการสื่อสาร เรดาร์และการตรวจจับพื้นที่ยุทธศาสตร์ พร้อมกันนี้ บริษัทฯ มีประสบการณ์ในโครงการโดรนและแอนตี้โดรน ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันมีความต้องการอย่างมาก
นอกจากแผนรุกตลาดในประเทศแล้ว จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะขับเคลื่อน ITEL ให้เติบโตแบบก้าวกระโดดได้คือการจัดตั้ง “ITEL Global” ร่วมกับ SEAX พันธมิตรผู้ให้บริการเคเบิลใต้น้ำรายใหญ่จากสิงคโปร์ที่จะเข้ามาช่วยเสริมแกร่งทั้งด้านเงินทุนและฐานลูกค้า ยกระดับขีดความสามารถจากผู้ให้บริการโครงข่ายภายในประเทศสู่การเป็นผู้เล่นในระดับภูมิภาค ถือเป็นการเปิดประตูสู่ตลาด New S-Curve ที่จะสร้างรายได้จากกลุ่มลูกค้าข้ามชาติที่เข้ามาสร้างศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากได้อย่างมหาศาล คาดว่าจะเริ่มเห็นผลลัพธ์เกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3/69 ที่จะให้บริการกลุ่มลูกค้า Hyperscaler อย่างน้อย 1-2 สัญญา และจะผลักดันให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจาก 5% เพิ่มขึ้นเป็น 15% ด้วย
“ในปี 69 โลกดิจิทัลจะก้าวไปไกลกว่าเดิม ทั้งการทำงานแบบไฮบริดและการใช้ดาต้าปริมาณมหาศาล ทำให้บทบาทของ ITEL ไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการโครงข่าย แต่คือผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน ที่เป็นหัวใจสำคัญต่อทั้งชีวิตประจำวันและเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งบทบาทของ ITEL ก็คือ การทำให้ทุกอย่าง ‘เดินต่อได้’ แม้โลกจะเปลี่ยนเร็วแค่ไหน” นายณัฐนัย กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ม.ค. 69)





