
หอการค้าอเมริกันในไต้หวัน (AmCham Taiwan) เปิดเผยผลสำรวจที่เผยแพร่ในวันนี้ (27 ม.ค.) ว่า บริษัทต่างชาติในไต้หวันจำนวนมากขึ้นกำลังเตรียมแผนฉุกเฉินและทบทวนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ ท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้น แม้ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจจากความตึงเครียดกับจีนยังอยู่ในระดับต่ำมากก็ตาม
AmCham Taiwan ระบุในผลสำรวจบรรยากาศการทำธุรกิจปี 2569 ว่า ราว 46% ของผู้ตอบแบบสอบถามกำลังทบทวนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจเพื่อเสริมความยืดหยุ่น เพิ่มขึ้นจาก 40% ในปีก่อนหน้า โดยในปีนี้ ประเด็นความมั่นคงแห่งชาติถูกจัดให้อยู่ในอันดับแรกของความเสี่ยงที่บริษัทต่างชาติมองว่าอาจกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
อย่างไรก็ดี มีเพียง 7% ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้นที่รายงานว่าเผชิญการหยุดชะงักอย่างมีนัยสำคัญจากความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่ระดับความกังวลส่วนบุคคลต่อกิจกรรมทางทหารที่เพิ่มขึ้นยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 3 จากคะแนนสูงสุด 5
ไต้หวันซึ่งปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย เผชิญแรงกดดันทางทหารจากจีนที่อ้างว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตนเอง ท่ามกลางการคัดค้านจากรัฐบาลไต้หวัน โดยจีนได้จัดการซ้อมรบรอบล่าสุดรอบเกาะไต้หวันในช่วงปลายเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา
อนิตา เฉิน ประธาน AmCham Taiwan ระบุว่า ภาคธุรกิจยังคงเลือกดำเนินกิจการในไต้หวัน แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ใช่เพราะสถานการณ์เอื้ออำนวย แต่เป็นผลจากความสามารถของบริษัทต่าง ๆ ในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีขึ้น ผ่านการวางแผนเสริมความยืดหยุ่นและการวางแผนการดำเนินธุรกิจ
AmCham Taiwan เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากสมาชิกที่มีสิทธิเข้าร่วมตอบแบบสอบถามทั้งหมด 411 ราย มี 206 รายเข้าร่วมการสำรวจซึ่งจัดทำขึ้นไม่นานก่อนการซ้อมรบครั้งล่าสุดของจีน โดย 92% ระบุว่ามีแผนจะคงหรือเพิ่มการลงทุนในไต้หวัน ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของโลกในปีนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นโดยรวมที่ยังอยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้ AmCham Taiwan ทำหน้าที่เป็นช่องทางสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างชุมชนธุรกิจต่างชาติ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ ในไต้หวันกับผู้กำหนดนโยบายทั้งในไต้หวันและสหรัฐฯ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ม.ค. 69)





