
ไชน่า เทรดดิ้ง เดสก์ (China Trading Desk) บริษัทวิจัยตลาดที่เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์การท่องเที่ยว ระบุว่า จากการประมาณการยอดจองและข้อมูลเที่ยวบินแสดงให้เห็นว่า เกาหลีใต้มีแนวโน้มที่จะแซงหน้าญี่ปุ่นในฐานะจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ไชน่า เทรดดิ้ง เดสก์ คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ประมาณ 230,000-250,000 คนเดินทางไปยังเกาหลีใต้ในช่วงวันหยุดยาว 9 วันเนื่องในเทศกาลตรุษจีนที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 15 ก.พ.นี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 52% เมื่อเทียบกับช่วงวันหยุดยาวปีที่แล้ว
ในทางกลับกัน ญี่ปุ่น ซึ่งเคยเป็นจุดหมายยอดนิยมของชาวจีนเนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่านั้น กำลังเผชิญกับภาวะซบเซาของจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีน โดยไชน่า เทรดดิ้ง เดสก์ คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนจะลดลงถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วงวันหยุดยาวปีที่แล้ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดทางการทูตที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีนกับญี่ปุ่น รวมถึงการที่เกาหลีใต้ผ่อนปรนค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวแบบกลุ่มจากจีน
ทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศขยายเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียมการดำเนินการวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวแบบกลุ่มจาก 6 ประเทศ ออกไปอีก 6 เดือนจนถึงเดือนมิ.ย. 2569 จากเดิมซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดลงในที่ 31 ธ.ค. 2568 โดย 6 ประเทศที่ได้รับการขยายเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าดังกล่าว ได้แก่ จีน อินเดีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และกัมพูชา
อัตราแลกเปลี่ยนที่เอื้ออำนวยระหว่างเงินหยวนกับเงินวอนได้เพิ่มแรงดึงดูดให้กับเกาหลีใต้ ควบคู่ไปกับวัฒนธรรม K-pop ที่แพร่หลายไปทั่วโลก โดยจุดหมายปลายทางยอดนิยมประกอบด้วยกรุงโซล เมืองปูซานซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสอง และเกาะเจจูที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว
ความผันแปรที่เกิดขึ้นนี้ตอกย้ำว่าสถานการณ์ทางการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การท่องเที่ยวของเอเชียที่มีมูลค่าสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเมื่อช่วงต้นเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น ได้กล่าวพาดพิงถึงไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจีน ต่อมาในเดือนเดียวกัน จีนได้ออกคำเตือนประชาชนเป็นครั้งแรก โดยให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทางเยือนญี่ปุ่น และล่าสุดเมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) จีนได้เตือนประชาชนอีกครั้งเกี่ยวกับการเดินทางไปญี่ปุ่น โดยระบุถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ “ร้ายแรง” ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ม.ค. 69)





