สปส. แจงสิทธิผู้ประกันตนปลูกถ่ายไขกระดูกครอบคลุม 8 โรคมะเร็งสำคัญ ไม่เสียค่าใช้จ่าย

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยถึงให้ความคุ้มครองของสำนักงานประกันสังคมด้านการรักษาพยาบาล สำหรับผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็งและมีความจำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือการปลูกถ่ายไขกระดูก จะต้องเข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยครอบคลุมโรคสำคัญ ได้แก่ มะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเรื้อรัง มะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเฉียบพลัน มะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟบลาสชนิดเฉียบพลัน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ไขกระดูกฝ่อชนิดรุนแรง ไขกระดูกผิดปกติระยะก่อนเป็นมะเร็ง มะเร็งไขกระดูกชนิดมัยอีโลม่า และไขกระดูกผิดปกติชนิดเป็นพังผืด

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ผู้ประกันตนสามารถยื่นคำขอรับสิทธิได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขาที่สะดวก เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว สำนักงานประกันสังคมจะส่งต่อให้ผู้ประกันตนเข้ารับการรักษากรณีปลูกถ่ายไขกระดูกในสถานพยาบาลที่ทำความตกลง โดยผู้ประกันตนไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

โดยเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา มีผู้ประกันตนได้รับการอนุมัติสิทธิกรณีการปลูกถ่ายไขกระดูกแล้วจำนวนทั้งสิ้น 191 ราย คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวมกว่า 111.35 ล้านบาท ในปัจจุบัน สำนักงานประกันสังคมได้จัดสถานพยาบาลที่ทำบันทึกข้อตกลงเพื่อให้บริการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือการปลูกถ่ายไขกระดูก จำนวน 13 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลชลบุรี และโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์

ทั้งนี้ โรงพยาบาลที่ให้การรักษาจะได้รับค่าบริการทางการแพทย์จากสำนักงานประกันสังคมโดยตรง โดยกรณีใช้เนื้อเยื่อของผู้ป่วยเอง จะได้รับค่าบริการในอัตรา 750,000 บาทต่อราย และกรณีใช้เนื้อเยื่อจากผู้อื่น จะได้รับค่าบริการในอัตรา 1,300,000 บาทต่อราย เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับการรักษาที่มีคุณภาพและเข้าถึงบริการทางการแพทย์อย่างเท่าเทียม

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ก.พ. 69)