
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (6 ก.พ.) ตามทิศทางตลาดวอลล์สตรีทที่ดิ่งลงในวันพฤหัสบดี (5 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเดินหน้าเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
- ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,580.29 จุด ลดลง 304.95 จุด หรือ -1.13%
- ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 54,073.52 จุด เพิ่มขึ้น 255.48 จุด หรือ +0.47% และ
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 4,080.31 จุด เพิ่มขึ้น 4.40 จุด หรือ +0.11%
- ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสตรเลียร่วงลง 2.91%
ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 1.78% โดยหุ้นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics ลดลง 1% และหุ้น SK Hynix ปรับตัวลง 0.71% ขณะที่หุ้น Hyundai Motor ดิ่งลง 4.81% นอกจากนี้ หุ้นยุทโธปกรณ์รายใหญ่อย่าง Hanwha Aerospace was ร่วลง 4.97% ขณะที่หุ้น LG Energy Solution ร่วงลง 2.91%
บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียถูกกดดันจากตลาดวอลล์สตรีทที่ดิ่งลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี Nasdaq ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568 หลังจากบริษัท Alphabet ประกาศเพิ่มการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นสองเท่า เพื่อชิงความเป็นผู้นำด้าน AI ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันที่รุนแรงและอาจส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ล่าสุด Amazon ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอีคอมเมิร์ซของสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การใช้จ่ายในปี 2569 สู่ระดับสูงถึง 2 แสนล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.466 แสนล้านดอลลาร์ และสูงกว่าตัวเลขการใช้จ่ายในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 1.310 แสนล้านดอลลาร์ โดยจะเน้นการลงทุนในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ เพื่อรองรับความต้องการ AI ที่สูงขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ก.พ. 69)





