“ทรัมป์” แสดงความยินดี “ทาคาอิจิ” หลังพรรค LDP ชนะเลือกตั้งแลนด์สไลด์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้แสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น หลังจากพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ (8 ก.พ.) โดยปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ประกาศสนับสนุนทาคาอิจิในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้

ปธน.ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียในวันอาทิตย์ว่า การตัดสินใจประกาศเลือกตั้งกะทันหันของทาคาอิจิเป็นการตัดสินใจที่ “กล้าหาญและชาญฉลาด” พร้อมเสริมว่า “ผมขอให้คุณประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการผ่านร่างนโยบายแนวอนุรักษนิยมและสันติภาพผ่านทางวาระอันแข็งแกร่งของคุณ”

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากพรรค LDP คว้าเสียงข้างมาก 2 ใน 3 ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นการชนะที่นั่งจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์หลังสงครามของญี่ปุ่น ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า “ประชาชนชาวญี่ปุ่นที่ยอดเยี่ยม ผู้ซึ่งออกมาลงคะแนนเสียงด้วยความกระตือรือร้นเช่นนี้ จะได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากผมเสมอ”

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวในรายการของสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์ (Fox News) ว่า ปธน.ทรัมป์มี “ความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม” กับทาคาอิจิ และ “เมื่อญี่ปุ่นแข็งแกร่ง สหรัฐฯ ก็จะแข็งแกร่งในเอเชียด้วย”

ขณะที่ จอร์จ กลาส เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำญี่ปุ่น เรียกชัยชนะของพรรค LDP ว่าเป็น “ชัยชนะที่น่าประทับใจ” โดยเขากล่าวทางโซเชียลมีเดียว่า รัฐบาลของทรัมป์ตั้งตารอที่จะต่อยอดการ “ฟื้นฟูความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น” ด้วยการร่วมมืออย่างลึกซึ้งระหว่างสองประเทศที่เปี่ยมไปด้วยพลวัตต่อไป

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ได้ให้การสนับสนุนทาคาอิจิอย่างเต็มที่ เพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในญี่ปุ่นจะเปิดฉากขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่าเขาจะต้อนรับทาคาอิจิในการเยือนทำเนียบขาวในวันที่ 19 มี.ค.

“นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิเป็นผู้ที่สมควรได้รับการยอมรับอย่างยิ่งสำหรับงานที่เธอและพรรคร่วมรัฐบาลกำลังทำอยู่ ดังนั้น ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา จึงเป็นเกียรติของผมที่จะให้การสนับสนุนเธออย่างสมบูรณ์และทั้งหมด รวมถึงสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลซึ่งได้รับความเคารพอย่างสูงของเธอกำลังทำหน้าที่อยู่” ทรัมป์กล่าวในโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (5 ก.พ.)

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)