
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศยุทธศาสตร์เชิงรุกหยุดยั้งกระแสบริษัทไทยแห่จดทะเบียนต่างประเทศ เร่งเดินหน้าปรับปรุงโครงสร้างด้านสภาพคล่อง (Liquidity) และการเพิ่มมูลค่า (Valuation) ผ่านการรื้อเกณฑ์ครั้งใหญ่ เตรียมเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ “Disclosure-based” เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเร่งกระบวนการ IPO ให้รวดเร็วขึ้น พร้อมเล็งผ่อนปรนเงื่อนไขรับกลุ่ม New Economy และอุตสาหกรรมการแพทย์สมัยใหม่เข้าจดทะเบียน คาดเห็นความชัดเจนภายใน 4-6 เดือนนี้ ผู้บริหารมั่นใจปีนี้ยอด IPO จะกลับมาคึกคัก แย้มเจรจาดึงยักษ์ใหญ่จากจีนเข้าตลาดหุ้นไทย
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. ประกาศไม่ยอมแพ้ความท้าทายที่บริษัทไทยขนาดใหญ่บางแห่งกำลังให้ความสนใจที่จะออกไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ทั้งฮ่องกงและสิงคโปร์ โดย ตลท.อยู่ระหว่างการเร่งปรับปรุงกฎเกณฑ์และศึกษาความแตกต่างของตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศเพื่อหาจุดที่ตลาดหุ้นไทยจะสามารถแข่งขันได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้บริษัทต่าง ๆ เข้ามาจดทะเบียนในประเทศ
ผู้จัดการ ตลท. มองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทไทยสนใจเข้าจดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ แบ่งเป็น 2 ด้านหลัก ได้แก่ การปรับปรุง Valuation และ Liquidity รวมทั้ง การลดขั้นตอนความยุ่งยากทางกฎหมาย (Shorten Process)
ด้านปริมาณการซื้อขาย หรือสภาพคล่องในตลาดหุ้นไทยในอดีตเคยมีการซื้อขายเฉลี่ย 5-6 หมื่นล้านบาทต่อวัน แต่ปัจจุบันลดน้อยลงไปมาก ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ที่ ตลท.ได้มีความคิดริเริ่มไว้ ทั้งโครงการ TISA, Boi To IPO หรือ EEC To IPO เพื่อดึงดูดธุรกิจใหม่ ๆ เข้ามาจะช่วยดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติให้ไหลเข้ามา
ประเด็นต่อมาเรื่องกฎกติกาในตลาดทุนที่เข้มงวด ทำให้ต้องใช้เวลาในการพิจารณาค่อนข้างมาก ซึ่งต้องศึกษากฎเกณฑ์ในต่างประเทศร่วมด้วยเพื่ออุดช่องโหว่ ทั้งสองประเด็นหากได้รับการแก้ไขจะช่วยลดปัญหาด้านการแข่งขันในภูมิภาคให้เบาลง
นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลท. กล่าวเสริมว่า การที่หลายบริษัทในไทยเลือกจดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ มองว่าเป็นเรื่องของ Valuation ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต่างกันของแต่ละบริษัท หากตลท.มีสินค้าใหม่เข้ามา มีกฎกติกาที่รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น กำหนดราคา IPO ให้เหมาะสม จะเกิดสภาพคล่องเข้ามาในตลาดมากขึ้น
สำหรับแนวทางดึงดูด New Economy เข้ามาจดทะเบียนในไทยต้องพิจารณาปรับเกณฑ์หรือผ่อนปรนเกณฑ์บางประการ โดยเฉพาะข้อกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่อย่างกลุ่ม Healthcare หรือบริษัทวิจัยยาที่กำลังเริ่มเข้าสู่การสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ อาจจะต้องผ่อนปรน หรือจัดตั้งกระดานใหม่สำหรับกิจการประเภทนี้ คาดว่าภายใน 4-6 เดือนจะเห็นความชัดเจน เพื่อทำให้มีสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาในตลาด
นายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และสายงานการตลาด ตลท. มั่นใจว่า ปีนี้จะมีหุ้น IPO มากกว่าปีก่อนที่ลดเหลือแค่ 18 บริษัท เพราะปัจจุบันมีบริษัทที่ได้รับอนุมัติแบบคำขออนุญาตแล้ว 5 บริษัท และอยู่ระหว่างยื่นอีก 2 บริษัท ขณะที่คาดว่าจะมีบริษัทตาง ๆ ทยอยยื่นไฟลิ่งเข้ามามากขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือน มี.ค.นี้
สำหรับการปรับเกณฑ์กระบวนการ IPO ตลท.ได้หารืออย่างใกล้ชิดกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงคือการปรับแนวทางจาก Merit-based ที่ทางการต้องพิจารณาคุณสมบัติเชิงลึกของบริษัท ไปสู่ Disclosure-based ที่เน้นให้บริษัทจดทะเบียนและที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนและถูกต้อง แล้วให้นักลงทุนเป็นผู้ตัดสินใจลงทุนเอง ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาในกระบวนการอนุมัติได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยจะมีการเปิดรับฟังความเห็นรายละเอียดการปรับเกณฑ์กับกลุ่ม FA ภายในครึ่งแรกของปีนี้ก่อนบังคับใช้
นอกจากนี้ อีกหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ ตลท.คือการผลักดันให้มี Foreign Listing หรือการนำบริษัทต่างชาติเข้ามาจดทะเบียนใน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)





