
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า อันโตนีโอ โชเซ เซกูโร ผู้สมัครจากพรรคสังคมนิยม (Socialist Party) ซึ่งเป็นพรรคแนวกลาง-ซ้าย ประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีโปรตุเกสรอบสอง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ก.พ.)
ข้อมูลจากกระทรวงบริหารภายในของโปรตุเกสระบุว่า จากการนับคะแนนไปแล้ว 99.2% เซกูโรได้รับคะแนนเสียง 66.8% ขณะที่อังเดร เวนตูรา หัวหน้าพรรคเชกา (Chega) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวาจัด ได้คะแนนเสียง 33.2% โดยเวนตูราได้ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว
เซกูโรสร้างสถิติคว้าคะแนนเสียงสูงสุดในการเลือกตั้งประธานาธิบดีโปรตุเกสนับตั้งแต่ปี 2519 โดยกวาดคะแนนไปได้ทั้งสิ้น 3,477,717 คะแนน แม้จะยังเหลือการนับคะแนนจากอีก 21 เขตเลือกตั้ง (parish) และสถานกงสุลอีก 8 แห่งก็ตาม
เซกูโรกล่าวสุนทรพจน์ประกาศชัยชนะในช่วงคืนวันอาทิตย์ว่า เขาจะบริหารประเทศด้วยความอิสระ วางตัวเป็นกลางต่อทุกพรรคการเมืองและภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม ตลอดจนมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือกับทั้งรัฐสภาและรัฐบาล
นอกจากนี้ เซกูโรยังย้ำว่าเขาจะไม่วางตัวเป็นศูนย์กลางอำนาจที่มุ่งเน้นการเผชิญหน้า พร้อมแสดงความหวังว่าพรรคการเมือง รัฐสภา และรัฐบาล จะร่วมมือกันหาทางออกที่ยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญที่สังคมโปรตุเกสกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ อาทิ ระบบสาธารณสุข ที่อยู่อาศัย การจ้างงาน และปัญหาความยากจน
การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 40 ปีที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีโปรตุเกสต้องยืดเยื้อถึงรอบสอง โดยในการเลือกตั้งรอบแรก เซกูโรมีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 ที่ประมาณ 31% ขณะที่เวนตูราตามมาเป็นอันดับสองที่ 23.5% ทั้งนี้ พรรคเชกาได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมา จนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในขั้วอำนาจทางการเมืองที่สำคัญในรัฐสภาโปรตุเกส
เซกูโรซึ่งเป็นนักการเมืองระดับอาวุโสของพรรคสังคมนิยม ได้นำเสนอภาพลักษณ์ผู้สมัครสายกลางและแสดงจุดยืนคัดค้านนโยบายสุดโต่งของเวนตูราอย่างชัดเจน จนได้รับการสนับสนุนจากบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองกระแสหลักทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสกัดกั้นการแผ่ขยายอิทธิพลของแนวคิดประชานิยมและกลุ่มฝ่ายขวาจัดในโปรตุเกส
ทางด้านประธานาธิบดีมาร์แซลู รึเบลู ดึ โซซา ผู้นำคนปัจจุบัน ระบุว่าได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับเซกูโรแล้ว และมีกำหนดจะเปิดทำเนียบเบเลม (Belem Palace) เพื่อต้อนรับเซกูโรในช่วงบ่ายวันนี้ (9 ก.พ.)
แถลงการณ์จากทำเนียบประธานาธิบดีระบุว่า รึเบลู ดึ โซซา ได้อวยพรให้เซกูโรประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากประชาชน ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. นี้เป็นต้นไป พร้อมยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนเพื่อให้กระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)





