โบรกอัพเป้า SET ไปที่ 1,480 จุดขานรับ”ภูมิใจไทย”ผงาดคุมเกมตั้งรัฐบาลใหม่หนุน Fund Flow ไหลเข้า

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) (CGSI) ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมาว่า พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้จำนวน สส.มากกว่าคาด สามารถเข้ากุมบังเหียนกระทรวงสำคัญๆ ได้ เชื่อว่า ภท.มีโอกาสสูงที่จะจับมือกับพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อตั้งรัฐบาลใหม่อย่างที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่สำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตรวจสอบคะแนนและรับรองผลอย่างน้อย 95% ภายในวันที่ 9 เม.ย.69 จากนั้นคาดว่าจะเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรภายใน 15 วันหรือภายในวันที่ 24 เม.ย.69 ดังนั้น สภาฯ น่าจะต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในราวปลายเดือนเม.ย.69

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ มองว่า การที่ ภท.ทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะตอบสนองในเชิงบวก เพราะคาดหวังกับเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่และการสานต่อนโยบาย ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯแนะนำให้นักลงทุนย้ายการลงทุนจากหุ้นและกลุ่มปลอดภัย (defensive) ที่ outperform ตลาดไปแล้ว เช่น กลุ่มโทรคมนาคม, กลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร มายังหุ้นกลุ่มที่ยังคงเป็น laggard อย่างเช่น กลุ่มการแพทย์, กลุ่มท่องเที่ยว, กลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคและกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ยังมองว่าภาพการเมืองไทยที่ชัดเจนขึ้นอาจดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวม 4.47 แสนล้านบาทในปี 66-68 แต่ทิศทางเริ่มเปลี่ยนมาเป็นบวกเล็กน้อย มีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าตลาดหุ้นไทยสุทธิ 1.5 หมื่นล้านบาทนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน(YTD )

ขณะที่ ดัชนี SET ลงไปถึง 19% นับจากสิ้นปี 65 ซึ่ง underperform คู่แข่งในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนประมาณ 15 เท่าหรือ -1SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี จึงมองว่าการประเมินมูลค่าในขณะนี้น่าสนใจ อีกทั้งภาพการเมืองไทยที่ชัดเจนขึ้นน่าจะดึงดูดให้มีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลเข้ามามากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่า ด้วยคะแนนเสียงที่ท่วมท้น รัฐบาลใหม่จะทำให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน จึงปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET จากเดิม 1,400 จุด เท่ากับ P/E 15 เท่าปี 70,-0.75SD เป็น 1,480 จุด หรือเท่ากับ P/E 15.6 เท่าในปี 70 หรือเท่ากับ -0.25SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี โดยมองว่าการมีเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศมากขึ้นและสถานการณ์การเมืองที่มีแนวโน้มดีขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยจะมี downside risk หากเกิดความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นอีกและเศรษฐกิจประเทศอ่อนตัวกว่าคาด

ขณะที่รายชื่อหุ้น Top pick ของฝ่ายวิเคราะห์ฯประกอบด้วย BDMS, MRDIYT, CPN, ERW, GULF, MOSHI, MTC, PR9, SPALI, TIDLOR, และ WHA

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)