
- เมื่อเวลา 10.56 น. MTC พุ่ง 9.42% เพิ่มขึ้น 3.25 บาท มาที่ 37.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 487.39 ล้านบาท
- JMT บวก 7.78% เพิ่มขึ้น 0.65 บาท มาที่ 9.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 160.00 ล้านบาท
- SAWAD บวก 7.77% เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มาที่ 27.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 373.23 ล้านบาท
- TIDLOR บวก 6.82% เพิ่มขึ้น 1.20 บาท มาที่ 18.80 บาท มูลค่าการซื้อขาย 197.04 ล้านบาท
- KTC บวก 3.48% เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มาที่ 29.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 367.96 ล้านบาท
บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ระบุว่า นโยบายผ่อนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเดือนละ 300 บาทเป็นเวลา 60 งวด ของพรรคภูมิใจไทย หนุนการปล่อยสินเชื่อของกลุ่มไฟแนนซ์ อย่างบมจ.เมืองไทย แคปปิตอล [MTC] ขณะที่กำไร ไตรมาส 4/68 โตเด่นกว่ากลุ่มทั้ง YoY และ QoQ ราคาปัจจุบันของ MTC ใกล้เคียงราคาในช่วงทำ จุดต่ำสุดในเดือน มี.ค. 2563 ณ ปัจจุบันถูกขาย PE’69 ที่ 10.4 เท่า (-1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) ขณะที่การเติบโตของกำไรในปี 69-70 เฉลี่ย 8% เทียบกับกลุ่มที่ 6-7%
ด้านบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า หุ้นกลุ่มไมโครไฟแนนซ์คาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะทรงตัวในไตรมาส 4/68 เนื่องจากคาดว่าประโยชน์จากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ของภาครัฐ จะถูกหักล้างด้วยผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะส่งผลกระทบจำกัดกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงแรก เราคาดหวังปัจจัยหนุนจากการเลือกตั้งและการลดภาระหนี้ครัวเรือน (แม้ว่ายังคงอยู่ในระดับสูง) จากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้หลายมาตรการ อย่างไรก็ตาม ยังต้องความระมัดระวังคุณภาพสินทรัพย์จากการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในปี 2569 เราคาดว่า credit cost จะทรงตัวในปี 2569
นอกจากนี้คาดว่าการเติบโตของสินเชื่อจะฟื้นตัวที่ TIDLOR และ SAWAD เนื่องจากทั้งสองบริษัทดูเหมือนจะยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น และมีแผนที่จะเร่งขยายสินเชื่อในปี 2569 หลังจากใช้นโยบายปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดในปี 2567-2568 บริษัทในกลุ่มไมโครไฟแนนซ์คาดว่าจะมีการเติบโตของสินเชื่อเติบโตที่ 10-11% ในปี 2569 ขณะที่เราคาดว่า KTC และ AEONTS จะยังคงมีการเติบโตของสินเชื่อระดับต่ำในปี 2569 จากการใช้นโยบายปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน
ขณะที่ NIM คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4/68 และปี 2569 ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เราคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีก 25-50 bps ในปี 2569
โดยคาดว่ากำไรของบริษัทในกลุ่มไมโครไฟแนนซ์จะเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในปี 2569 (15% สำหรับ MTC; 10% สำหรับ TIDLOR และ SAWAD) โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากสินเชื่อที่เติบโตดีและ NIM ที่ดีขึ้น เราคาดว่า KTC และ AEONTS จะมีกำไรเติบโตที่ 4% ในปี 2569 หลักๆ เกิดจาก NIM ที่ดีขึ้นท่ามกลางการเติบโตของสินเชื่อระดับต่ำ
ราคาหุ้นในกลุ่ม consumer finance ปรับตัว underperform SET ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา แม้ว่าผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัว ปัจจุบันหุ้นกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ได้กลายเป็นหุ้นคุณค่า (value Stocks) ที่มี valuation ถูกพอๆ กับหุ้นกลุ่มธนาคาร แต่มีการเติบโตของกำไรที่ดี ซึ่งเรามองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ซึ่งปัจจุบันซื้อขายที่ PEG ต่ำกว่า 1 เท่า และ PBV ที่มีส่วนลดเมื่อเทียบกับ ROE
หุ้นเด่น: MTC, SAWAD, TIDLOR
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)




