
นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นโลกในระยะถัดไปยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากวัฏจักรการเติบโตของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการนำมาใช้งานจริง (Early Adopter Phase) โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐที่ยังคงเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงการพัฒนา AI แบบครบวงจร ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง ขณะที่ภาพรวมปัจจัยพื้นฐานของบริษัทเทคโนโลยียังคงแข็งแกร่ง และระดับมูลค่าตลาดยังไม่สะท้อนภาวะฟองสบู่รุนแรงเช่นในอดีต
ในขณะเดียวกัน หากเปรียบเทียบศักยภาพการเติบโตของกำไรในระยะยาว ตลาดหุ้นไทยยังมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดียและเวียดนาม ที่ได้รับแรงหนุนจากโครงสร้างเศรษฐกิจ, การขยายตัวของชนชั้นกลาง และอุปสงค์ภายในประเทศที่เติบโตต่อเนื่อง ส่วนตลาดหุ้นจีน แม้เผชิญความท้าทายในช่วงที่ผ่านมา แต่เริ่มเห็นการปรับโครงสร้างเชิงนโยบายที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเทคโนโลยี ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะถัดไป
จากภาพรวมดังกล่าว บล.บัวหลวง แนะนำให้นักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนระยะยาว และมองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าดัชนีหุ้นโลก MSCI ACWI Total Return อาจพิจารณาจัดพอร์ตลงทุนอัตโนมัติผ่านกลยุทธ์
“DR Global Index” หรือ DRINDEX ที่ลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR01) ออกโดยหลักทรัพย์บัวหลวง ที่อ้างอิงกองทุน ETF ดัชนีหุ้นจากหลากหลายประเทศทั่วโลก
จุดเด่นของกลยุทธ์ “DR Global Index” คือ การผสมผสานระบบจัดพอร์ตอัตโนมัติเข้ากับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกภายใต้แนวคิด “Data Driven” ผ่านการวิเคราะห์แบบ Multi-Factor โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนอาทิ การคัดกรองความเสี่ยง (Risk Screening), การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและโมเมนตัมราคา (Fundamental & Momentum Factors) และการจัดสรรน้ำหนักการลงทุนอย่างเหมาะสม โดยจำกัดสัดส่วนการลงทุนไม่เกิน 35% ต่อหลักทรัพย์ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนอย่างสมดุล พร้อมระบบปรับพอร์ตอัตโนมัติที่ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงโอกาสของตลาดหุ้นโลกได้อย่างเป็นระบบโดยไม่ต้องติดตามตลาดด้วยตนเอง
“กลยุทธ์ DR Global Index จะช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศได้อย่างเป็นระบบ ผ่าน DR01 ที่อ้างอิง ETF ดัชนีหุ้นต่างประเทศชั้นนำ จำนวนทั้งสิ้น 9 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย SP50001 เป็นตัวแทนดัชนี S&P 500, NDX01 เป็นตัวแทนดัชนี Nasdaq 100, JAPAN10001 เป็นตัวแทนดัชนี TOPIX 100, INDIA01 เป็นตัวแทนดัชนี MSCI India NTR (USD), E1VFVN3001 เป็นตัวแทนดัชนี VN 30, CN01 เป็นตัวแทนดัชนี CSI 300, STAR5001 เป็นตัวแทนดัชนี STAR 50, HK01 เป็นตัวแทนดัชนี Hang Seng และ CNTECH01 เป็นตัวแทนดัชนี HSTECH โดยมุ่งสร้างพอร์ตที่มีความมั่นคงและยืดหยุ่นต่อสภาวะตลาด เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่ค่อยมีเวลา แต่ต้องการเข้าถึงหุ้นระดับโลกผ่าน DR01 ที่ผ่านการคัดสรรโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในระยะถัดไป” นายชัยพร กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)





