
ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด 44 สส.ก้าวไกลกรณีร่วมลงชื่อแก้ไข ม.112 เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เนื่องจากมีเจตนามุ่งลดทอนการคุ้มครองสถาบันฯ และบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยฯ เตรียมส่งสำนวนถึงศาลฎีกาภายใน 30 วัน
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการป.ป.ช.ในฐานะโฆษกฯ กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการไต่สวนสรุปสำนวนแล้วเสร็จ ได้เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณา โดยก่อนหน้านี้มีคำร้องคัดค้านคณะกรรมการไต่สวนและคำร้องอื่นจากผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน รวมถึงมีการขอชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยวาจาเพิ่มเติม ทำให้ต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ป.ป.ช.เห็นว่าแม้การเสนอแก้ไขกฎหมายจะเป็นสิทธิของ สส. แต่เนื้อหามีลักษณะลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อีกทั้งยังก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ โดยเห็นว่าทั้ง 44 คน มีเจตนาร่วมกันในการเสนอญัตติดังกล่าว ไม่สามารถแยกการกระทำเป็นรายบุคคลได้
สำหรับ 44 สส. ก้าวไกล ที่ถูกชี้มูลความผิด มี 12 คนที่ลงสมัครเลือกตั้งรอบนี้ในนาม สส.พรรคประชาชน ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบเขต ซึ่งคาดว่าจะได้รับเลือกตั้งเข้ามาในสภาฯ
- สส. บัญชีรายชื่อ : นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี), น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล (รองหัวหน้าพรรคแคนดิเดตนายกฯ), นายรังสิมันต์ โรม, นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม
- สส. เขต : นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร (สส. กทม.), นายธีรัจชัย พันธุมาศ (สส. กทม.), นายจรัส คุ้มไข่น้ำ (สส. ชลบุรี) และนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ (สส.กระบี่)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)





