
ภาพความหนาแน่นของผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิเดินกันเต็มพื้นที่กลายเป็นภาพชินตาไปเสียแล้ว และอีกไม่เท่าไรก็อาจจะแออัดมากกว่านี้ ขณะที่สนามบินดอนเมืองก็มีสภาพไม่แตกต่างกัน รวมไปถึงสนามบินภูมิภาคในจังหวัดสำคัญ อย่างสนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ ก็มีผู้โดยสารแออัดมากเช่นกัน เป็นสาเหตุทำคัญที่นำมาสู่การปรับแผนแม่บทครั้งใหญ่ของ AOT
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่หญิงคนแรกของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย [AOT] ที่เพิ่งรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ม.ค.69 กล่าวกับ”อินโฟเควสท์”ว่า AOT ปร้บปรุงแผนลงทุนใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะสนามบินหลักคือ สุวรรณภูมิและดอนเมือง เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารที่เติบโตมากขึ้น หลังจากคาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะขยายตัวปีละ 5-7%
ดังนั้น จึงปรับแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิใหม่ ด้วยการสร้างอาคารเทอร์มินัลแห่งที่ 2 ฝั่งทิศใต้ของสนามบิน (South Terminal) จากปัจจุบันอาคารผู้โดยสารหลัก (Main Terminal) ตั้งอยู่ทางทิศเหนือใกล้จะเต็มความสามารถรองรับที่ 65 ล้านคน/ปี โดยขณะนี้มีผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิ 62 ล้านคน/ปี
นางสาวปวีณา กล่าวว่า AOT วางแผนสร้างอาคารหลักแห่งที่ 2 คือ South Terminal แต่ในช่วงระหว่างรอก่อสร้างก็จะขยายอาคารหลัก 1 แห่งเดิมไปทางทิศตะวันออก หรือ East Expansion เพื่อขยายศักยภาพรองรับผู้ใช้บริการเพิ่มเป็น 70 ล้านคน/ปี ระหว่างนั้นก็เริ่มวางแผนก่อสร้าง South Terminal ที่เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถขยายการรองรับผู้โดยสารได้สูงขึ้นถึง 120 ล้านคน/ปี
วงเงินลงทุน East Expansion อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท สูงขึ้นจากวงเงินเดิมที่วางไว้ 9 พันล้านบาท แม้จะปรับเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังอยู่ในกรอบวงเงินเดิมของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 หาก ครม.อนุมัติแล้วจะเริ่มก่อสร้างในปีนี้ ใช้เวลา 4 ปี
ส่วน South Terminal วงเงินลงทุนสูงถึง 2 แสนล้านบาท ใช้ระยะเวลา 12 ปี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ย้ำว่า ไม่ใช่การลงทุนรวดเดียว แต่จะทยอยสร้างให้สอดรับกับการเติบโตของผู้โดยสาร แบ่งเป็นเฟส ซึ่งเฟสแรกรองรับ 30 ล้านคน/ปี เตรียมออกแบบและขั้นตอนบดอัดดินให้แน่นก่อนราว 2 ปีก่อนเริ่มสร้าง นอกจากมี South Terminal แล้ว จะมีอาคารสำหรับขนส่งทางอากาศ (Cargo) และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) เพื่อรองรับการผลักดันให้เป็น Aviation Hub ของภูมิภาค
ขณะที่ สนามบินดอนเมือง จะเร่งโครงการขยายเฟส 3 แต่งบลงทุนเดิมที่ตั้งไว้ 3.6 หมื่นล้านบาท ทำไม่ได้เพราะเป็นวงเงินเดิมที่กำหนดไว้ตั้งแต่ปี 61 ราคาวัสดุก่อสร้างและอื่นๆ ปรับเพิ่มขึ้นไปมากแล้ว จึงนำเสนอ ครม.เมื่อปี 65 และได้รับอนุมัติให้ปรับวงเงินไปแล้ว แต่จากการออกแบบ พบว่าเนื้องานไม่เหมาะสม จึงต้องปรับปรุงใหม่อีกรอบและปรับงบลงทุนเพิ่มเป็น 6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเนื้องานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ Junction Terminal
นางสาวปวีณา กล่าวว่า เดิม AOT มีแนวคิดว่าจะให้มีผู้เข้ามาลงทุนส่วนนี้ แต่เมื่อมีการศึกษาอย่างละเอียดแล้ว ก็พบว่าสนามบินดอนเมืองขาดเรื่องจุดขนส่งหรือ Transport หลักๆ ทำให้รถติดมากและแออัด จึงเปลี่ยนจากการรองรับพื้นที่เชิงพาณิชย์อย่างเดียว มาเป็นจุดให้บริการผู้โดยสารเพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดง หรือเป็นจุดรับส่งผู้โดยสาร รวมถึงมี Bus Station เพื่อเดินทางออกจากสนามบินไปสู่ภูมิภาคต่างๆ
ดังนั้น AOT จึงต้องขออนุมัติเงินลงทุนใหม่สำหรับดอนเมืองเฟส 3 จาก ครม.แต่ใช้เงินลงทุนของ AOT เอง ซึ่งคงต้องรอเสนอ ครม.ชุดใหม่ โดยโครงการนี้จะเพิ่มความสามารถการรองรับผู้โดยสารของสนามบินดอนเมืองเป็น 40 ล้านคน/ปี จากปัจจุบัน 30 ล้านคน/ปี
ส่วนการขยายสนามบินภูมิภาค ได้แก่ สนามบินภูเก็ต และสนามบินหาดใหญ่ สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย
– สนามบินภูเก็ต จำนวนผู้โดยสารแออัดมากถึง 17.8 ล้านคน/ปี ใกล้เต็ม 18 ล้านคน/ปี จึงต้องขยายอาคารผู้โดยสาร (Landside) เพื่อยกระดับการบริการที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันได้ร่วมกับบริษัทวิทยุการบิน (บวท.) ปรับตารางการบินเพิ่มเป็น 28-35 เที่ยวบิน/ชั่วโมง จาก 25 เที่ยวบิน/ชั่วโมง ให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น
ระหว่างนี้ AOT ได้ศึกษา Pre-feasibility study สนามบินอันดามันใน จ.พังงา พบว่ามีความคุ้มค่า ดังนั้น จะนำเสนอให้ ครม.อนุมัติหลักการ จากนั้นจะทำ feasibility study อย่างละเอียดว่าจะลงทุนแบบไหน ขอใบอนุญาตสนามบิน ออกแบบ และนำไปสู่การลงทุน ก่อนจะกลับไปเสนอต่อ ครม.ขออนุมัติโครงการและเริ่มลงทุน เบื้องต้นจะมี 2 รันเวย์และรองรับผู้โดยสาร 48-60 ล้านคน/ปี อย่างไรก็ดี AOT จะทยอยการลงทุนเป็นเฟสๆ เช่นกัน
– สนามบินหาดใหญ่ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางภาคใต้ ก็มีแผนขยายเช่นกัน โดยกำลังทำแผนแม่บทที่จะสร้างอาคารด้านหน้าก่อนที่จะลงทุนใน 1-2 ปีนี้ แต่การปรับปรุงอาคารอย่างไรขึ้นกับแผนแม่บท
– สนามบินเชียงใหม่ จะลงทุนสร้างอาคารผู้โดยสารใหม่รองรับทั้งเส้นทางในและต่างประเทศ 10-13 ล้านคน/ปี วงเงินลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท คาดเริ่มก่อสร้างใน 1-2 ปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับการออกแบบจากเดิมที่เป็นอาคารเส้นทางระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้โดยสารทั้งเส้นทางในและต่างประเทศมีจำนวน 8 ล้านคน/ปี แต่อาคารรองรับได้ 5-6 ล้านคน/ปี
– สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย อยู่ระหว่างออกแบบการขยายอาคารผู้โดยสารใหม่ให้รองรับผู้โดยสารได้ 6 ล้านคน/ปี จากแผนงานเดิม 1.8 ล้านคน/ปี ขณะที่อาคารผู้โดยสารเดิมรองรับได้ 1 ล้านคน/ปี
– โครงการสนามบินล้านนา ศึกษา Pre-feasibility study พร้อมสนามบินอันดามัน พบว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นสนามบินอินเตอร์ฯ แต่ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ที่ดิน ส่วนใหญ่เป็นของเอกชน มีชุมชนอยู่โดยรอบ ต้องคำนึงการสร้างรันเวย์และเส้นเสียง ทาง AOT ก็ต้องทำงานและหาโซลูชันแก้ปัญหา

*ค่า PSC ใหม่ช่วยอัพรายได้มากกว่า 1 หมื่นลบ.
นางสาวปวีณา กล่าวว่า การปรับเพิ่มค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศจาก 730 บาท/คน เป็น 1,120 บาท/คน หรือเพิ่มขึ้น 390 บาท/คน จะช่วยทำให้ AOT มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 1 หมื่นล้านบาท/ปี ส่วนนี้ AOT จะนำมาขยายสนามบิน และสามารถมีระดับการให้บริการที่มากกว่ามาตรฐาน เพื่อให้ผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาไทยมีประสบการณ์การเดินทางที่ดีและน่าจดจำ
ระหว่างนี้คงต้องรอรัฐบาลใหม่ที่มี รมว.คมนาคม เป็นประธานคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) เป็นผู้ลงนามมติ กบร.ที่ให้ปรับขึ้นค่า PSC ที่มีมติแล้ว คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในอีก 4 เดือน หรือในเดือน พ.ค.69
แม้ว่าที่ผ่านมา AOT พยายามเพิ่มสัดส่วนรายได้ Non-Aero เพื่อมาสนับสนุนธุรกิจการบิน แต่ตนมองว่าไม่เหมาะสม บริษัทควรจะนำรายได้ Aero มาปรับปรุงสนามบินรวมถึงการลงทุน เพื่อเพิ่มการบริการให้ได้มาตรฐานสากล ดังนั้น AOT จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ Aero มากขึ้น เพิ่มสัดส่วนเป็น 60% และ Non-Aero 40% จากปัจจุบันอยู่ที่ 50-50%
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)




