
บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล [PTTGC] เปิดเผยผลประกอบการในไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ รายงานผลขาดทุนสุทธิรวม 5,502 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ขาดทุนเพิ่มขึ้น 89% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน
อย่างไรก็ตาม ทั้งปี 2568 บริษัทฯ รายงานขาดทุนสุทธิรวม 14,600 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 51% เมื่อเทียบกับปี 67 (-3.61 บาท/หุ้น)
ในไตรมาส 4/68 มีรายได้จากการขายรวม 92,143 ล้านบาท ลดลง 27% จากไตรมาส 3/68 (QoQ) และ ลดลง 30% ช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยหลักจากปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นต้นลดลงเนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงกลั่นน้ำมันและโรงอะโรเมติกส์หน่วยที่ 2 กอปรกับราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปรับตัวลดลงจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง สภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนตัวและความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ กดดันอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีให้ฟื้นตัวอย่างจำกัด
บริษัทฯ รายงาน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 4,239 ล้านบาท ปรับลดลงจาก ไตรมาส 3/68 18% สาเหตุหลักมาจากผลประกอบการธุรกิจโรงกลั่นที่ปรับลดลงจากปริมาณขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปลดลง เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงตามแผน ทั้งนี้ Market GRM ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์ดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการดำเนินการตามแนวทางยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ Portfolio ของธุรกิจให้เข้มแข็ง (Portfolio transformation) และการดำเนินมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายและมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ รับรู้รายการพิเศษจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้จากการเปลี่ยนแปลงราคาตามสภาวะตลาด ได้แก่ ขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock loss) และการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) สุทธิรวม 1,464 ล้านบาท กำไรจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ 146 ล้านบาท และกำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวม 1,148 ล้านบาท บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุน 844 ล้านบาท จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนตัวลงตามสภาวะตลาดและการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของบริษัทร่วมทุน
ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ รับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ของบริษัท จีซี โพลีออลส์ จำกัด (GCP) และการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด (PTTMCC) รวมทั้งสิ้น 2,854 ล้านบาท ทั้งนี้ ผลกระทบดังกล่าวถูกหักกลบด้วยการกลับรายการประมาณการหนี้สินจากค่าใช้จ่ายรื้อถอนเครื่องจักรอุปกรณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 2,035 ล้านบาทของบริษัท พีทีที อาซาฮี เคมิคอล จำกัด (PTTAC) ที่บริษัทฯ ได้บันทึกประมาณการไว้ในปี 2567 และจากการกลับรายการการด้อยค่าสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท Vencorex
ขณะที่ผลประกอบการในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 484,907 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 20% จากปีก่อนหน้า โดยภาพรวมปี 2568 บริษัทฯ มี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 20,846 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 34% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีโดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และโพลิเมอร์ยังมีปัจจัยกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้อุปสงค์ฟื้นตัวอย่างจำกัด ร่วมกับอุปทานของภาคปิโตรเคมีที่เข้ามาเพิ่มขึ้นระหว่างปี ในขณะที่ธุรกิจโรงกลั่นทรงตัวแม้ว่ามีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน โดยที่ Market GRM ของบริษัทฯ ปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซล ซึ่งได้แรงหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในแถบตะวันออกกลางและการหยุดกำลังผลิตของโรงกลั่นขนาดใหญ่ในทวีปยุโรป
กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นกลางมีผลประกอบการปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า โดยหลักจากปริมาณขายรวมที่ลดลงเนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน MEG ในช่วงครึ่งปีแรก ทั้งนี้การดำเนินการตามแนวทางยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ Portfolio ของธุรกิจให้เข้มแข็ง (Portfolio transformation) ส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษมีผลประกอบการที่ดีขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยหลักจากการปรับโครงสร้างของกลุ่มบริษัท Vencorex
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติ ได้แก่ ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock loss) และรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) รวม 3,519 ล้านบาท กำไรจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยงด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ 1,115 ล้านบาท และกำไรทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวม 1,968 ล้านบาท และการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนจำนวน 1,272 ล้านบาท
อนึ่ง ในปี 2568 บริษัทฯ รับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ของบริษัท GCP และการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัท PTTMCC รวมทั้งสิ้น 2,854 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวถูกหักกลบด้วยการกลับรายการประมาณการหนี้สินจากค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 2,035 ล้านบาทของบริษัท PTTAC ที่บริษัทฯ ได้บันทึกประมาณการไว้ในปี 2567 และจากการกลับรายการการด้อยค่าสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท Vencorex
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)




