
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงกรณีการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ที่ เขต 1 จ.ชลบุรีว่า นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการกกต. และคณะได้ลงพื้นที่ไปพบกับผู้ร้องและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว และคาดว่าในวันพรุ่งนี้ (12 ก.พ.) จะมีการนำเสนอต่อกกต. เพื่อได้พิจารณาข้อเท็จจริงและความเป็นไปเป็นมาทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าว
ส่วนกรณีมีนักศึกษาเข้าไปบริเวณเก็บรักษาหีบบัตรที่เขต 1 ชลบุรีนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า บริเวณเก็บรักษาหีบบัตร ถือเป็นทรัพย์สินของราชการ อยู่ในความรับผิดชอบของกกต.ประจำเขตเลือกตั้ง หากทำให้ทรัพย์สินเกิดความเสียหาย หรือล่วงละเมิดทรัพย์สินที่รักษาไว้ เป็นอำนาจกกต.ประจำเขตแจ้งความดำเนินคดีได้
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ชี้แจงกรณีการขนย้ายหีบบัตรในเขต 3 ชลบุรีในบริเวณที่กกต.ประจำจังหวัดกำหนดไว้ แต่มีการขนย้ายในช่วงค่ำ ว่า กระบวนการเก็บรวบรวมเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นเอกสารที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง หีบบัตรที่มีการยุบรวมแล้ว อยู่ในกระบวนการรวบรวมทั้งหมด โดยมีการนำมาส่งที่อาคารเก็บพัสดุของกกต.ในเวลา 18.30 น. ซึ่งเมื่อวานนี้มีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงควบคุม กำกับกระบวนการในการขนส่งมาถึงสถานที่เก็บรักษา
ส่วนกรณีปัญหาการรายงานคะแนนคลาดเคลื่อนที่ปรากฏบนเว็บไซต์กกต. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ระบุว่า สิ่งที่รายงานในขณะนี้ยังเป็นการรายงานผลเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งเป็นการประกาศเพียง 95% ซึ่งอาจเกิดความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนการคีย์ข้อมูลในบางหน่วย โดยขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนยึดถือผลคะแนนจากใบประกาศ ส.ส. 6/1ที่มีการลงลายมือชื่อรับรองจากกกต.ประจำเขตเป็นหลัก
และขณะนี้ กกต.จังหวัดเริ่มจัดทำประกาศผลการนับคะแนนรายหน่วยเปิดเผยทางเว็บไซต์ เช่น ในพื้นที่กทม.33 เขต ได้มีการประกาศแล้ว
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า วันนี้มีประชาชนมายื่นขอให้นับคะแนนใหม่ ซึ่งทางสำนักงานฯ อยู่ระหว่างรวบรวมเสนอกกต.พิจารณา ซึ่งการยื่นขอนับคะแนนใหม่ในบางจังหวัดล่าสุดเลขาธิการกกต. ได้มีการประชุมชี้แจงผู้อำนวยการการเลือกตั้งทั้ง 76 จังหวัดรวมกรุงเทพมหานครให้ทำความเข้าใจกับประชาชนที่สงสัยในประเด็นต่างๆ ให้เกิดความเข้าใจ ถ้ายังมีข้อสงสัยและมีข้อร้องเรียนก็ให้เสนอมาตามกระบวนการเพื่อที่สำนักงานฯรวบรวมส่งเข้าที่ประชุมกกต.
นางสุทธดา คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวน 1 กกต. กล่าวว่า การยื่นคำร้องสามารถยื่นได้ 30 วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งข้อมูลจนถึงขณะนี้มีผู้ยื่นแล้ว 99 เรื่อง สั่งความปรากฏอีก 14 เรื่อง ในจำนวนนี้ 7 เรื่องเป็นเรื่องการซื้อเสียง ดังนั้น รวมทั้งหมด 113 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการซื้อเสียง จำนวน 31 เรื่อง และที่มากที่สุดคือ ข้อกล่าวหากระทำผิดคือการหาเสียงโดยหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร ทั้งหมด 68 เรื่อง ซึ่งขณะนี้มีการพิจารณาของผอ.กกต.จังหวัด และเลขาฯ กกต. เพื่อสั่งรับคำร้องให้ดำเนินการไต่สวนเป็นสำนวนแล้ว 39 เรื่อง
นางสุทธดา ยังย้ำว่า การยื่นคัดค้านการเลือกตั้ง ตามระเบียบนั้นจะมีหลักเกณฑ์ว่า คำร้องต้องทำเป็นหนังสือ จะโทรแจ้งด้วยวาจาทางโทรศัพท์ไม่ได้ หรือส่งคำร้องทางไปรษณีย์ไม่ได้ จะต้องทำเป็นหนังสือและยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงานกกต.จังหวัดเท่านั้น เมื่อยื่นแล้วจะพิจารณา ตรวจคำร้องว่าถูกต้องตามระเบียบกำหนดหรือไม่ ภายใน 3 วัน หากไม่ถูกต้องจะประสานผู้ร้องเพื่อให้แก้ไข ในส่วนของพนักงานสืบสวนเมื่อได้รับคำร้องมาแล้ว จะตรวจสอบต่อไป
“คำร้องที่เกี่ยวกับการนับคะแนนนั้น ระเบียบเขียนไว้ว่าให้ยื่นระหว่างการนับคะแนนยังไม่แล้วเสร็จ หรือกรณีคำร้องเกี่ยวกับการรวมคะแนนให้ยื่นก่อนประกาศผลการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้จะเห็นว่าหลายจังหวัดมีผู้สมัครไปยื่นคำร้องที่จังหวัด เพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ และตามระเบียบสืบสวนการยื่นคำร้องเกี่ยวกับการนับคะแนนต้องยื่นที่หน่วยเลือกตั้งระหว่าง ที่ยังนับคะแนนไม่เสร็จเท่านั้น แต่ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่าเราจะตัดไปเลยบางกรณีกกต.ก็จะนำมาพิจารณา เพื่อสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ต้องอยู่ที่ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องๆไป ถ้าเกินเวลา แต่มีพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงเพียงพอเราก็จะสามารถสั่งให้ดำเนินการไต่สวนกรณีความปรากฏได้ แต่ไม่ใช่ว่าเป็นพยานหลักฐานที่ท่านเข้าใจเอาเอง หรือเขาเล่าต่อๆ กันมา โดยไม่มีพยานหลักฐานที่แน่ชัด” นางสุทธดา กล่าว
รายงานข่าวจาก กกต. ระบุว่า ในวันที่ 12 ก.พ.นี้ กกต.จะมีการประชุมในเวลา 10.00 น. เพื่อรับทราบรายงานผลการตรวจสอบเหตุขอนับคะแนนใหม่ที่จังหวัดชลบุรี แต่พยานหลักฐานมีเพียงการกล่าวอ้าง และไม่มีการทักท้วงระหว่างการนับคะแนนแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อยังไม่มีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับความผิดปกติที่เข้าข่ายให้กกต.สั่งให้นับคะแนนใหม่ได้
ส่วนกรณีจังหวัดปทุมธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนให้ทางจังหวัดรายงานเหตุการณ์ขึ้นมา ซึ่งผลการนับคะแนนที่นักศึกษาเป็นผู้นับคะแนนนั้น ถือว่าเป็นผลคะแนนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะนำไปสู่การที่กกต.สั่งให้มีการนับใหม่ หรือกลับไปใช้ผลคะแนนจากการนับในครั้งแรก
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)





