สภาผู้แทนฯ สหรัฐโหวตค้านเก็บภาษีสินค้าแคนาดา

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ โหวตคว่ำมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่บังคับใช้กับแคนาดา หลังสมาชิกสภาฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก มีมติ 219 ต่อ 211 เสียง เห็นชอบกับร่างข้อมติเพื่อยุติการใช้มาตรการภาษีลงโทษ (punitive tariffs) ต่อสินค้าแคนาดาโดยอ้างเหตุผลด้านสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ

ร่างมติภาษีศุลกากร ซึ่งเสนอโดยเกรกอรี มีกส์ สส.นิวยอร์กจากพรรคเดโมแครต ถูกนำขึ้นมาพิจารณาในวันพุธ (11 ก.พ.) หนึ่งวันหลังจากที่การลงมติกระบวนการเบื้องต้น (procedural vote) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อขัดขวางไม่ให้สภาผู้แทนฯ ยื่นคัดค้านมาตรการภาษีของทรัมป์ ไม่ผ่านความเห็นชอบ เนื่องจากมี สส.พรรครีพับลิกัน 3 คนโหวตสนับสนุนให้ญัตตินั้นตกไป

แม้ว่าการลงมติครั้งนี้จะมีความหมายเชิงสัญลักษณ์เป็นหลัก เพราะร่างมติดังกล่าวยังต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐฯ และจากทรัมป์เอง แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า สส.กำลังเผชิญทางเลือกว่าจะโหวตเพื่อ “ลดค่าครองชีพให้ครอบครัวชาวอเมริกัน” หรือจะ “ปล่อยให้ราคาสินค้าสูงต่อไปเพราะความจงรักภักดีต่อคน ๆ เดียว นั่นคือ โดนัลด์ เจ. ทรัมป์” มีกส์ สส.พรรคเดโมแครต ผู้เสนอร่างมติกล่าว

ทรัมป์เตือนสมาชิกพรรครีพับลิกันระหว่างที่การลงมติดำเนินอยู่ว่า จะต้องเผชิญกับผลกระทบที่ตามมาหากลบล้างคำสั่งของเขาในประเด็นภาษี โดยทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียลว่า “สมาชิกรีพับลิกันคนใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นในสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ที่ลงมติคัดค้านกำแพงภาษี จะได้รับผลกระทบตามมาอย่างรุนแรงในช่วงเวลาการเลือกตั้ง และนั่นรวมถึงการเลือกตั้งขั้นต้น (Primaries) ด้วย!” พร้อมกล่าวต่อไปว่า “กำแพงภาษีมอบความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติให้แก่เรา และไม่ควรมีสมาชิกรีพับลิกันคนใดต้องมารับผิดชอบจากการทำลายเอกสิทธิ์นี้”

อย่างไรก็ตาม สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนมองว่า ความเสี่ยงนั้นคุ้มค่าที่จะแลก โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่มีการแข่งขันสูง (swing district) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นโยบายกำแพงภาษีไม่ได้รับการยอมรับ

ดอน เบคอน สส.รัฐเนแบรสกาจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งกำลังจะเกษียณอายุการทำงานเมื่อครบวาระการเป็นสส. และเป็นหนึ่งในผู้ลงมติเห็นชอบญัตติคัดค้านภาษี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวก่อนลงมติว่า ทำเนียบขาวพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมให้เขาเปลี่ยนใจแต่ไม่สำเร็จ

เบคอนกล่าวถึงการลงมติในขั้นตอนเชิงกฎหมายเมื่อวันอังคารว่า “ผมลงมติตามหลักการ” เพื่อเปิดทางให้มาตรการนี้ดำเนินต่อไปได้ “พวกเขาพยายามเสนอข้อแลกเปลี่ยนที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐเนแบรสกา แต่ผมตอบกลับไปว่า แล้วอีก 49 รัฐที่เหลือล่ะ?”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ก.พ. 69)

ข่าวล่าสุด